Green Office

ผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ประเมินสำนักงานสีเขียว 2568

หมวดที่ 1 : การกำหนดนโยบาย การวางแผนการดำเนินงาน และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน

1.1.1 มีการกำหนดบริบทองค์กรและขอบเขตของการจัดการสิ่งแวดล้อมในสำนักงาน
(1) มีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของสำนักงาน
(2) มีการกำหนดขอบเขตกิจกรรมของสำนักงาน

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมีการกำหนดบริบทองค์กรและขอบเขตของการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร ตามบันทึกข้อความ ที่ พิเศษ/2567 ลงวันที่ 4 มกราคม 2567 เรื่อง ขออนุมัติกำหนดขอบเขตพื้นที่และขอบเขตกิจกรรม (1.1.1(1) ดังนี้
1. ขอบเขตพื้นที่ของสำนักงาน  สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตั้งอยู่ ณ อาคารบรรณาราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเลขที่ 70 หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี โดยมีลักษณะเป็นอาคาร 6 ชั้น คิดเป็นพื้นที่ 12,658 ตารางเมตร (1.1.1(2) แบ่งเป็น
1) พื้นที่ภายในอาคาร ขนาด 12,106 ตารางเมตร มีพื้นที่ใช้สอยของอาคาร 6,384 ตารางเมตร
2) พื้นที่รอบอาคารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยพื้นที่สีเขียว ทางเดินพื้นซีเมนต์ และลาดจอดรถ ขนาด 6,274 ตารางเมตร (1.1.1(3), 1.1.1(4)
2. ขอบเขตกิจกรรมของสำนักงาน  กิจกรรมภายในขอบเขตพื้นที่ของสำนักงานที่ขอรับการประเมินของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ทั้งหมด ประกอบด้วย
1) การปฏิบัติงานของบุคลากรประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้
- การพิมพ์เอกสาร
- การสำเนาเอกสาร
- การประชุม
- การทำสื่อประชาสัมพันธ์
- กิจกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้า เกิดการลัดวงจร
- การจัดเตรียม/ซ่อมแซมทรัพยากรสารสนเทศ
- การทำความสะอาดพื้นที่สำนักงาน
2) การบริการและกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน  ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้
- การประชุม
- การทำสื่อประชาสัมพันธ์
- การทำความสะอาดพื้นที่สำนักงาน/พื้นที่บริการ
- การพิมพ์เอกสาร
- การสำเนาเอกสาร
- กิจกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้า เกิดการลัดวงจร
3) การบริการสาธารณูปโภค  ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้
- การรับประทานอาหาร
- การประกอบอาหาร
- การทำความสะอาดภาชนะ
- การทำความสะอาดห้องน้ำ
4) การปฏิบัติงานนอกพื้นที่ ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้
- การเดินทางไปราชการ

1.1.1(1) บันทึกข้อความ ที่ พิเศษ/2567 ลงวันที่ 4 มกราคม 2567 เรื่อง ขออนุมัติกำหนดขอบเขตพื้นที่และขอบเขตกิจกรรม
1.1.1(2) บริบทการและขอบเขตการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.1.1(3) การวางแผนจัดการความน่าอยู่ของสำนักงานโดยจะต้องสำนักงาน
1.1.1(4) ภาพประกอบการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

1.1.2 การกำหนดนโยบายด้าน สิ่งแวดล้อมจากผู้บริหารระดับสูง ที่สอดคล้องและครอบคลุมประเด็น ตามเกณฑ์สำนักงานสีเขียวโดยแสดง ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
(1) กำหนดนโยบายในการควบคุม ป้องกัน ลดผลกระทบด้านการใช้ ทรัพยากร พลังงาน และมลพิษ/ของ เสีย รวมไปถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(2) การปฏิบัติตามกฎหมายและเกณฑ์ การเป็นสำนักงานสีเขียว และการ สร้างความรู้และความตระหนักด้าน สิ่งแวดล้อมกับผู้เกี่ยวข้อง
(3) นโยบายสิ่งแวดล้อมจะต้องได้รับการ อนุมัติจากผู้บริหารสูงสุด หรือผู้ที่ ได้รับมอบอำนาจ มีวันที่ประกาศใช้ ชัดเจน
(4) ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจจะต้อง สามารถอธิบายถึงวัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย และมีส่วนร่วมในการ ติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบาย ด้านสิ่งแวดล้อมของสำนักงาน

สำนักวิทยบริการฯ มีการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องและครอบคลุมประเด็นตามเกณฑ์สำนักงานสีเขียวโดยแสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องดังนี้
    1. มีการปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานสีเขียว ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 (1.1.2(1) ได้มีการทบทวนนโยบายสำนักงานสีเขียว ตามเกณฑ์การประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ซี่งได้นำนโยบายของปี พ.ศ. 2566 มาปรับปรุงเพื่อให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2567 มติที่ประชุุมคณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับให้นำประชาสัมพันธ์ตามช่องทางต่างๆ ของสำนักฯ เช่น เว็บไซต์ เพจ เฟซบุ๊คต่อไป 
       สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการจัดทำประกาศสำนักวิทยบริการฯ เรื่อง นโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (1.1.2(2) เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้บริการความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมเกี่ยวกับการลดผลกระทบด้านการใช้ทรัพยากร พลังงาน และมลพิษ/ของเสีย รวมถึงการจัดซื้อ จัดจ้าง และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสำนักงานสีเขียวเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ยังมีการจัดทำประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้บุคลากรและผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการดำเนินการการจัดการพลังงานของสำนักฯ โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2567 วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 (1.1.2(3) และประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2567 (1.1.2(4)
     สำนักวิทยบริการฯ ปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และเกณฑ์การดำเนินการสำนักงานสีเขียวของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้ง 6 หมวด โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวเพื่อดำเนินการตามแผนงานที่กำหนด (1.1.2(5)

     สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมีแผนการอบรมความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ (1.1.2(6) นอกจากนี้ยังมีแผนการสื่อสาร (1.1.2(7) เผยแพร่ สร้างการรับรู้  และสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน การแยกขยะก่อนทิ้ง การประหยัดน้ำ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ฯลฯ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ บอร์ดประชาสัมพันธ์อิเล็กทรอนิกส์ เพจ Facebook ของสำนักฯ เป็นต้น (1.1.2(8),1.1.2(9)

1.1.2(1) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567
1.1.2(2) ประกาศสำนักวิทยบริการฯ เรื่อง นโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
1.1.2(3) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ครั้งที่ 2/2567
1.1.2(4) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
1.1.2(5) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
1.1.2(6) แผนการอบรมทักษะความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ปี 2567
1.1.2(7) แผนการสื่อด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2567
1.1.2(8) ช่องทางการรับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

1.1.2(9) เว็บไซต์ Green office & Green library
1.1.3 มีการกำหนดเป้าหมาย และ ตัวชี้วัดที่ชัดเจนด้านการใช้ทรัพยากร พลังงาน และของเสีย และปริมาณก๊าซ เรือนกระจก ดังนี้ (1) การใช้ไฟฟ้า (2) การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (3) การใช้น้ำ (4) การใช้กระดาษ (5) ปริมาณของเสีย (6) ปริมาณก๊าซเรือนกระจก

สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการจัดทำประกาศ เรื่อง นโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้บริการความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมเกี่ยวกับการลดผลกระทบด้านการใช้ทรัพยากร พลังงาน และมลพิษ/ของเสีย รวมถึงการจัดซื้อ จัดจ้าง และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารสำนักงานสีเขียวเมื่อวันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2567 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 มกราคมพ.ศ. 2567 (1.1.3(1)
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำประกาศมาตรการและเพื่อให้บุคลากรและผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการดำเนินการการจัดการพลังงานของสำนักฯ โดยมีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด (1.1.3(2) พร้อมมาตรการการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (1.1.3(3) ในการใช้ทรัพยากร พลังงาน ขยะ และปริมาณก๊าซเรือนกระจก ได้รับการอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักฯ ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม 2567 โดยการใช้ ปี พ.ศ. 2566 เป็นฐาน  เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานและการใช้ทรัพยากรของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการใช้พลังงานและทรัพยากรตามแนวทางสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ให้เป็น Green University ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ได้มีการกำหนดและประกาศเป้าหมาย ดังนี้
1. ร้อยละของการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 5
2. ร้อยละของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 5
3. ร้อยละของการใช้น้ำที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 5
4. ร้อยละของการใช้กระดาษที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 5
5. ร้อยละของปริมาณขยะลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 5
6. ร้อยละของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน ร้อยละ 1
7. ทรัพยากรสารสนเทศด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ไม่น้อยกว่า 100 ชื่อเรื่อง
8. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม  และก๊าซเรือนกระจก ร้อยละ 80

9. จำนวนกิจกรรมที่จัดร่วมกับเครือข่าย ไม่น้อยกว่า 1 กิจกรรม

1.1.3(1) ประกาศสำนักวิทยบริการฯ เรื่อง นโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
1.1.3(2) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
1.1.3(3) ประกาศสำนักฯ เรื่อง เป้าหมายการจัดการพลังงานและและการใช้ทรัพยากร

1.1.4 มีการกำหนดแผนการดำเนินงาน สำนักงานสีเขียวประจำปี
(1) รายละเอียดของแผนจะต้องระบุการ ดำเนินงานครบถ้วนทุกหมวด
(2) มีการกำหนดเวลาหรือความถี่ของ การดำเนินงานของแต่ละหมวด

(3) มีการกำหนดแผนดำเนินงานเป็น ลายลักษณ์อักษร และได้รับการ อนุมัติจากผู้บริหาร
สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาสำนักงานสีเขียว ประจำปี 2568 โดยในแผนได้ระบุการดำเนินงานครบทุกหมวด และมีการกำหนดช่วงเวลาการดำเนินในแต่ละหมวด โดยมีผู้อำนวยกำรสำนักวิทยบริการฯ เป็นผู้อนุมัติ ลงนามเมื่อวันที่  18 มกราคม 2567 (1.1.4(1) 1.1.4(1) แผนปฏิบัติการพัฒนาสำนักวิทยบริการฯ สู่องค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
1.2 คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม

1.2.1 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(1) ผู้บริหารแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยงานด้านห้องสมุดและ ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็น ลายลักษณ์อักษร และลงนามอนุมัติ การแต่งตั้งคณะกรรมการหรือ ทีมงานจะต้องครอบคลุมทุกหมวด และประกอบด้วยบุคลากร/ผู้แทน จากทุกฝ่ายในหน่วยงาน
(2) กำหนดอำนาจ บทบาท หน้าที่ ความ รับผิดชอบของคณะกรรมการหรือ ทีมงาน อย่าง

สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ครอบคลุมครบทุกหมวด และได้มีการกำหนด อำนาจหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการอย่างชัดเจน โดยออกคำสั่งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และ ลงนามอนุมัติโดยผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ สั่ง ณ วันที่ 26 มกราคม 2567 (1.2.1(1),1.2.1(2)

1.2.1(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567

1.2.1(2) การมอบหมายงานในหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคลากร  สังกัดสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.2.2 ร้อยละของคณะกรรมการ หรือ ทีมงานด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้าใจ ในบทบาท  และหน้าที่รับผิดชอบ ประเมินจากการสุ่มสอบถามดังนี้
(1) ประธาน/หัวหน้า

(2) คณะกรรมการหรือทีมงานทางด้าน สิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบทุกหมวด (สามารถมอบหมายให้ผู้ตรวจ ประเมินแต่ละหมวดสุ่มสอบถามได้)
สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567 โดยในคำสั่งมีคณะกรรมการฯ จำนวน 24 คน ประกอบด้วยประธาน และคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมที่รับผิดชอบในแต่ละหมวดอย่างชัดเจน (1.2.2(1),1.2.2(2)

1.2.2(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
1.2.2(2) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

ครั้งที่ 2/2567
1.3 การระบุประเด็นปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

1.3.1 กิจกรรมทั้งหมดของสำนักงานภายใต้ขอบเขตการขอการรับรองสำนักงานสีเขียวจะต้องได้รับการระบุและประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อม
(1) มีการรวบรวมกิจกรรมของสำนักงาน ทั้งทางตรง และทางอ้อม ครบถ้วน ตามกิจกรรม ขอบเขตและบริบท ของสำนักงาน
(2) มีการกำหนดผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ ความเข้าใจ
(3) ระบุการใช้พลังงาน ทรัพยากร วัตถุดิบ มลพิษ ของเสีย ของแต่ละ กิจกรรมจะต้องครบถ้วน
(4) ระบุปัญหาสิ่งแวดล้อมทางตรงและ ทางอ้อมครบถ้วน
(5) ระบุปัญหาสิ่งแวดล้อมสภาวะปกติ ผิดปกติ และฉุกเฉินครบถ้วน
(6) มีการพิจารณากฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม นั้นๆ อย่างครบถ้วนและถูกต้อง
(7) การประเมินเพื่อจัดลำดับความสำคัญ ของปัญหาสิ่งแวดล้อม
(8) มีหลักฐานการกำหนดระยะเวลาใน การทบทวนการระบุประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรและ พลังงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(9) กรณีมีการปรับแผน/กิจกรรม หรือมี กิจกรรมเพิ่มเติม (เช่น มีแผนที่จะ ก่อสร้างอาคาร หรือเพิ่มเติมกิจกรรม ของสำนักงานในอนาคตอันใกล้ เป็น ต้น) จะต้องระบุกิจกรรมดังกล่าว ด้วย (ถ้ามี)

สำนักวิทยบริการฯ มีการรวบรวมกิจกรรมของสำนักงานทั้งทางตรง และทางอ้อมตามขอบเขตและบริบทของสำนักงานพร้อมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบ (1.3.1(1),1.3.1(2) ดังนี้
7 ด้าน ประกอบด้วย กระดาษ  อาหาร น้ำ น้ำมัน วัสดุสำนักงาน  ไฟฟ้า , อุปกรณ์ไฟฟ้า และทรัพยากรสารสนเทศ
โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย  การพิมพ์เอกสาร การสำเนาเอกสาร การประชุม การจัดเก็บและเบิกใช้วัสดุสํานักงาน การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดภาขนะ การทำความสะอาดสำนักงาน งานทำความสะอาดห้องน้ำ/โถง การทำความสะอาดชั้นหนังสือ การเดินทางไปราชการ การบำรุงรักษา เครื่องปรับอากาศ การบำรุงรักษาลิฟท์  การซ่อมบำรุงเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง การบำรุงรักษาเครื่องสำเนาเอกสาร งานจัดเตรียม/ซ่อมแซมทรัพยากรสารสนเทศ การใช้ถ่านหรือแบตเตอรี่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตัดหญ้า การจัดการพื้นที่สีเขียว
มีการระบุการใช้พลังงาน ทรัพยากร วัตถุดิบ มลพิษ ของเสีย ของแต่ละกิจกรรมครบถ้วน โดยใช้ตารางวิเคราะห์ระดับความมีนัยสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์การประเมินนัยสำคัญของลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้ทรัพยากร (Resource Usage) และเกณฑ์การประเมินนัยสำคัญของลักษณะปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้านมลภาวะ (Pollution) (1.3.1 (3)
ทั้งนี้ ระบุปัญหาสิ่งแวดล้อมทางตรงและ ทางอ้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมสภาวะปกติ ผิดปกติ และฉุกเฉินครบถ้วน ทั้งระบุระดับนัยสำคัญได้ 3 ระดับ คือ L , M , H ส่วนใหญ่ประเด็นปัญหาของสำนักฯ อยู่ในระดับ L และ M
ด้านทรัพยากร (Input) มีค่าความรุนแรงมากที่สุดที่ 42 มีค่าความรุนแรงน้อยที่สุดที่ 18 ส่วน
ด้านมลพิษ (Output) มีค่าความรุนแรงมากที่สุดที่ 42 มีค่าความรุนแรงน้อยที่สุดที่ 24 (1.3.1(4)
สำนักวิทยบริการฯ มีการประเมินเพื่อจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ(1.3.1(5) สามารถการจัดลำดับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ ตามกิจกรรมด้านทรัพยากร (Input) คือ ปัญหาด้านไฟฟ้า
ด้านมลพิษ (Output) คือ หลอดไฟใช้แล้ว, ขยะจากการซ่อมอุปกรณ์ต่าง ๆ, ตลักหมึก, ขยะจากบรรจุภัณฑ์
จากการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม สำนักฯ ได้มีการวิเคราะห์และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญได้ทั้งหมด 4 ข้อ (1.3.1(6)
สำนักฯ มีการนำกิจกรรม , การใช้ทรัพยากรและพลังงาน ,ลักษณะปัญหา มาพิจารณากฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม (1.3.1(7)

ทั้งมีการกำหนดมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม มีการพิจารณากฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์และแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ (1.3.1(8) และกำหนดระยะเวลาในการทบทวนการระบุประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรและพลังงาน ๑ ครั้ง

1.3.1(1) การระบุและประเมินปัญหา ตารางวิเคราะห์กระบวนงาน
1.3.1(2) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
1.3.1(3) ระเบียบปฏิบัติงาน ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม
1.3.1(4) ทะเบียนระบุและประเมินปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากร
1.3.1(5) การระบุและประเมินปัญหา ตารางวิเคราะห์กระบวนงาน
1.3.1(6) จัดลำดับความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม
1.3.1(7) กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

 1.3.1(8) การวิเคราะห์และแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ

1.3.2 การวิเคราะห์และแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ
(1) มีสรุปรายการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มี นัยสำคัญ
(2) กำหนดมาตรการ คู่มือ หรือแนวทาง ปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ มีนัยสำคัญ
(3) ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญมีการ ดำเนินการตามมาตรการ คู่มือ หรือ แนวทางการแก้ไขครบถ้วน
(4) กำหนดมาตรการ คู่มือ หรือแนวทาง ปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดในสภาวะผิดปกติและสภาวะ ฉุกเฉิน

(5) ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดในสภาวะ ผิดปกติและสภาวะฉุกเฉินมีการ ดำเนินการตามมาตรการ คู่มือ หรือ แนวทางการป้องกันครบถ้วน

1.3.2 การวิเคราะห์และแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ
(1) มีสรุปรายการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มี นัยสำคัญ
(2) กำหนดมาตรการ คู่มือ หรือแนวทาง ปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ มีนัยสำคัญ
(3) ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญมีการ ดำเนินการตามมาตรการ คู่มือ หรือ แนวทางการแก้ไขครบถ้วน
(4) กำหนดมาตรการ คู่มือ หรือแนวทาง ปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดในสภาวะผิดปกติและสภาวะ ฉุกเฉิน

(5) ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดในสภาวะ ผิดปกติและสภาวะฉุกเฉินมีการ ดำเนินการตามมาตรการ คู่มือ หรือ แนวทางการป้องกันครบถ้วน

1.3.2(1) ทะเบียนจัดลำดับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญด้านทรัพยากรและด้านมลพิษ
1.3.2(2) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
1.3.2(3) แผนการจัดการสิ่งแวดล้อม

 1.3.2(4) แผนระงับเหตุฉุกเฉิน 2567 (หมวด 5 สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย)

1.3.3 แผนงานโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ หรือโครงการที่สอดคล้องกับนโยบาย สิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายสิ่งแวดล้อม จะต้องมีการดำเนินการดังนี้
(1) มีการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายโครงการ ที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน
(2) จัดทำแผนการดำเนินงาน/กิจกรรม/ นวัตกรรมที่กำหนดในโครงการ สิ่งแวดล้อมมีความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
(3) กำหนดระยะเวลาการทำโครงการ ที่มีความชัดเจนและเหมาะสม
(4) กำหนดผู้รับผิดชอบในการทำ โครงการอย่างชัดเจน มีความเข้าใจ และสามารถอธิบายได้
(5) มีการติดตามความก้าวหน้าของ โครงการ และกำหนดความถี่เพื่อ ติดตามผลการปฏิบัติงานอย่าง ต่อเนื่อง
(6) สรุปผลการดำเนินโครงการ บรรลุ ตามเป้าหมายที่กำหนด / กรณีที่ไม่ บรรลุเป้าหมายมีการทบทวนเพื่อหา สาเหตุและแนวทางแก้ไข

(7) นำเสนอแนวทางการพัฒนาโครงการ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนหลังบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด
สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมีการโครงการ/กิจกรรม กำหนดระยะเวลาในการดำเนินโครงการ/กิจกรรมอย่างชัดเจนพร้อมทั้งกำหนดผู้รับผิดชอบ (1.3.3(1),1.3.3(2) นอกจากนี้สำนักฯ ยังได้มีการแผนปฏิบัติการพัฒนาสำนักงานสีเขียว ประจำปี 2567 โดยในแผนได้ระบุการดำเนินงานครบทุกหมวด และมีการกำหนดช่วงเวลาการดำเนินในแต่ละหมวด โดยมีผู้อำนวยกำรสำนักวิทยบริการฯ เป็นผู้อนุมัติ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามแผนให้ผู้บริหารรับทราบ1.3.3(3),1.3.3(4),1.3.3(5)

1.3.3(1) แผนพัฒนาสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวประจำปี พ.ศ. 2568  
1.3.3.(2) แผนปฏิบัติการพัฒนาสำนักวิทยบริการฯ สู่องค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
1.3.3(3) โครงการคิดก่อนใช้ ใส่ใจพลังงาน ร่วมสร้างสำนักงานสีเขียว
1.3.3(4)รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567
1.3.3(5) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการรายงานกาประชุมบุคลากร ครั้งที่ 2/2567

1.4 กฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

1.4.1  มีการรวบรวมกฎหมาย สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยที่ เกี่ยวข้องกับสำนักงาน โดยมีแนว ทางการดำเนินงาน ดังนี้
(1) ผู้รับผิดชอบมีความเข้าใจในการ รวบรวมกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ เกี่ยวข้อง
(2) จัดทำรายการกฎหมายที่ครอบคลุม ปัญหาสิ่งแวดล้อมและบริบทของ สำนักงาน
(3) สามารถระบุแหล่งที่มาของกฎหมาย และข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้
(4) สามารถระบุความเกี่ยวข้องของ กฎหมายกับประเด็นปัญหา สิ่งแวดล้อมได้
(5) กฎหมายสิ่งแวดล้อมและความ ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นปัจจุบัน
(6) มีการรวบรวมและทบทวนกฎหมาย อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

หมายเหตุ สำนักงานจะต้องค้นหา กฎหมายท้องถิ่นเพิ่มเติม

สำนักวิทยบริการฯ มีการแต่งตั้งดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ (1.4.1(1) โดยผู้รับผิดชอบทำหน้าที่จัดทำและรวบรวมรายการกฎหมายสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 ข้อ (1.4.1(2) , (1.4.1(3) ประกอบด้วย       
1. กฎหมายและข้อบังคับด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน  ประกอบด้วย พระราชบัญญัติควบคุมโรคและความปลอดภัย  และ กฎกระทรวงในด้านการบริหารและจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง
2. กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการคลัง ประกอบด้วย พระราชบัญญัติและกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
3. กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ประกอบด้วย กฎหมายและกฎหมายกระทรวงว่าด้วยการจัดการขยะมูลฝอย
4. กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ประกอบด้วย พระราชบัญญัติและประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่
5. ประกาศ/ข้อบังคับ/คำสั่งเรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ประกอบด้วย ประกาศกรมควบคุมโรคและประกาศกระทรวงสาธารณสุขโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
6. กฎหมาย/พระราชบัญญัติการส่งเสริม รักษาสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย พระราชบัญญัติและประกาศกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
7. ทะเบียนกฎหมายท้องถิ่นและข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ข้อกำหนดและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
8. ระเบียบและข้อปฏิบัติของกฎหมายท้องถิ่น
ซึ่งเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่มีความครอบคลุมกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและบริบทของสำนักงาน ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบด้วย  กระดาษ อาหาร น้ำ น้ำมันเชื้อเพลิง  วัสดุสำนักงาน ไฟฟ้า , อุปกรณ์ไฟฟ้า และทรัพยากรสารสนเทศ
โดยมีกิจกรรม ประกอบด้วย การพิมพ์เอกสาร การสำเนาเอกสาร การประชุม การจัดเก็บและเบิกใช้วัสดุสํานักงาน  การรับประทานอาหาร การทำความสะอาดภาขนะ การทำความสะอาดสำนักงาน งานทำความสะอาดห้องน้ำ/โถง การทำความสะอาดชั้นหนังสือ การเดินทางไปราชการ  การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ การบำรุงรักษาลิฟท์ การซ่อมบำรุงเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง การบำรุงรักษาเครื่องสำเนาเอกสาร งานจัดเตรียม/ซ่อมแซมทรัพยากรสารสนเทศ การใช้ถ่านหรือแบตเตอรี่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การตัดหญ้า การจัดการพื้นที่สีเขียว

   นอกจากนี้ทำการทบทวนรวบรวมและทบทวนกฎหมาย ผ่านการประชุมคณะกรรมการโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง (1.4.1(4)

1.4.1(1) คณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ปี 2567
1.4.1(2)ทะเบียนกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
1.4.1(3) ที่มาของทะเบียนกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
1.4.1(4) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว

ครั้งที่ 4/2567

1.4.2 ประเมินความสอดคล้องของกฎหมายกับการดำเนินงานการจัดการสิ่งแวดล้อมของสำนักงาน
(1) ผู้รับผิดชอบมีความเข้าใจในการ ประเมินความสอดคล้องของ กฎหมายกับการดำเนินงานการ จัดการสิ่งแวดล้อม
(2) มีการประเมินความสอดคล้องของ กฎหมายครบถ้วน
(3) มีการอ้างอิงหลักฐานการปฏิบัติตาม กฎหมายอย่างครบถ้วนและถูกต้องกรณีที่พบว่าการดำเนินงานไม่ สอดคล้องกับกฎหมาย จะต้องมีการ วิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดแนว ทางการแก้ไข (ถ้ามี)

(4) มีการกำหนดความถี่ในการประเมิน ความสอดคล้องของกฎหมายอย่าง น้อยปีละ 1 ครั้ง ที่เหมาะสมและมี การปฏิบัติตามที่กำหนดได้
สำนักวิทยบริการฯ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว(1.4.2(1) โดยกำหนดผู้รับผิดชอบทำหน้าที่จัดทำและรวบรวมรายการกฎหมายสิ่งแวดล้อม ทั้งยังมีการประเมินความสอดคล้องของกฎหมายและมีการอ้างอิงหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างครบถ้วน สำหรับในกรณีที่พบว่าการดำเนินงานไม่สอดคล้องกับกฎหมายก็มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขและมีการประเมินความสอดคล้องของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง (1.4.2(2), 1.4.2(3)

1.4.2(1) คณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ปี 2567
1.4.2(2)ทะเบียนกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

 1.4.2(3) ที่มาของทะเบียนกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
1.5  ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

1.5.1 การเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมในสำนักงาน จะต้อง ประกอบไปด้วย
(1) ปริมาณการใช้ไฟฟ้า
(2) ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับการเดินทาง เครื่องปั่นไฟ
( Generator) เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire pump)
(3) ปริมาณการใช้น้ำประปา
(4) ปริมาณการใช้กระดาษ
(5) ปริมาณการเกิดของเสีย (ฝังกลบ)
(6) ปริมาณก๊าซมีเทนจากระบบ บำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศ
(7) ปริมาณการใช้สารทำความเย็น
(8) ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สำหรับการใช้ถังดับเพลิง ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

   (โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยก๊าซ เรือนกระจก (Emission Factor ; EF) ของ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ล่าสุด)
สำนักวิทยบริการฯ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น จำนวนวันและเวลาที่เปิดทำการ จำนวนบุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ จำนวนผู้รับบริการ และมีการรวบรวมข้อมูลปริมาณการใช้พลังงานตามขอบเขตประเภทที่ 1 ได้แก่ ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากการเดินทางไปราชการ ปริมาณสารมีเทนจากระบบ Septic tank ปริมาณมีเทนจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศ ปริมาณการใช้สารทำความเย็น R32 และปริมาณการใช้สารดับเพลิง การการรวบรวมข้อมูลการปริมาณการใช้พลังงานตามขอบเขตประเภทที่ 2 คือ ปริมาณการใช้ไฟฟ้า และการรวบรวมข้อมูลปริมาณการใช้ทรัพยากรและของเสียตามขอบเขตประเภทที่ 3 ประกอบด้วย ปริมาณการใช้น้ำประปา ปริมาณการใช้กระดาษ ตลอดจนปริมาณขยะ บันทึกลงในระบบบริหารจัดการสำนักวิทยบริการฯ ที่ไอคอนระบบจัดเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจก และเผยแพร่ข้อมูลสถิติปริมาณก๊าซเรือนกระจกบนเว็บไซต์ Green Office & Green Library ของสำนักวิทยบริการฯ (1.5.1(1),1.5.1(2),1.5.1(3)

1.5.1(1) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร Green Office ของสำนักวิทยบริกำรฯ
1.5.1(2) ตัวอย่างข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2566
1.5.1(3) ตัวอย่างข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2567

1.5.2 ปริมาณก๊าซเรือนกระจกบรรลุ เป้าหมาย สรุปและการวิเคราะห์ผล
(1) การเปรียบเทียบก๊าซเรือนกระจก รายเดือน
(2) การเปรียบเทียบก๊าซเรือนกระจก
ตามประเภท 1 และ 2 และ 3
(3) การเปรียบเทียบก๊าซเรือนกระจก ตามกิจกรรม
(4) การเปรียบเทียบก๊าซเรือนกระจก กับปีฐาน

กรณีบรรลุเป้าหมาย
(1) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย
(1) มีการวิเคราะห์สาเหตุในกรณีที่ไม่ บรรลุเป้าหมาย
(2) มีแนวทางการแก้ไขในกรณีที่ไม่ บรรลุเป้าหมาย

(3) มีการติดตามผลหลังแก้ไข

ผลการเปรียบเทียบปริมาณก๊าซเรือนกระจก (kgCO₂e) ปี 2566 กับ ปี 2567  พบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งใช้เป็นปีฐานในการวิเคราะห์ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2566 จำนวน 16,248.47 kgCO₂e เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2567 จำนวน 19,246.33 kgCO₂e จากผลการดำเนินงานพบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มขึ้น 2,997.86 kgCO₂e คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นโดยรวมร้อยละ 18.45 เมื่อแยกเป็นรายเดือนพบว่าเดือนที่มีการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ได้แก่ เดือนสิงหาคม (+11743.55 kgCO₂e หรือเพิ่มขึ้น 71.68%) และเดือนกรกฎาคม (+6946.50 kgCO₂e หรือเพิ่มขึ้น 55.90%) เดือนที่มีการลดลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด ได้แก่ เดือนกุมภาพันธ์ (-10,007.96 kgCO₂e หรือ ลดลง 33.99%) และเดือนกันยายน (-8930.74 kgCO₂e หรือ ลดลง 34.66%)
เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อบุคลากร พบว่า ปี 2566 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เฉลี่ย 20.29 kgCO₂e/คน ปี 2567: เฉลี่ย 22.82 kgCO₂e/คน เมื่อ เปรียบเทียบผลการดำเนินงานพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ย 2.53 kgCO₂e/คน คิดเป็นร้อยละ 11.07%
จากผลการประเมิน พบว่าองค์กร/หน่วยงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีแนวทางแก้ไข ดังนี้
1. รณรงค์ให้บุคลากรใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือ ไฮบริด
2. วางแผนเส้นทางเดินทางเพื่อ ลดระยะทางและส่งเสรอมให้บุคลากรเดินทางร่วมกัน
3. ส่งเสริม การประชุมออนไลน์ (virtual meeting) แทนการเดินทาง
4. ส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการประหยัดพลังงาน

 (1.5.2(1),1.5.2(2),1.5.2(3),1.5.2(4)

1.5.2(1) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร Green Office ของสำนักวิทยบริกำรฯ
1.5.2(2) ตัวอย่างข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2566
1.5.2(3) ตัวอย่างข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2567
1.5.2(4) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียน

1.5.3  บุคลากร/ผู้ที่เกี่ยวข้อง (Outsource) มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม ของสำนักงาน โดยการสุ่มสอบถามใน เรื่องต่าง ๆ ดังนี้
(1) แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากกิจกรรมในสำนักงาน
(2) ปริมาณก๊าซเรือนกระจกของสำนักงาน เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมาย
(3) ความรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน หรือ ก๊าซเรือนกระจก หรือการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ สิ่งแวดล้อม
(4) ความรู้เกี่ยวกับเป้าหมายการลดก๊าซ เรือนกระจกของประเทศ

หมายเหตุ
1. บุคลากรที่ถูกสอบถามจะต้องอธิบาย ให้ได้ทั้ง 4 ข้อ

2. สอบถามบุคลากร 4 คนขึ้นไป
บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ มีความเข้าใจและการรับรู้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกของสำนักงาน  
1.6 แผนการดำเนินงานและโครงการเพื่อมุ่งสู่การลดก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงาน

1.6.1 จัดทำแผนการดำเนินงาน ขับเคลื่อนสู่การลดก๊าซเรือนกระจกของ หน่วยงาน จะต้องมีการดำเนินการดังนี้
(1) รายละเอียดของแผนจะต้องระบุการดำเนินงานหรือกิจกรรม
(2) มีการกำหนดเวลาหรือความถี่ของ การดำเนินงาน อย่างน้อย 1 ปี
(3) มีการกำหนดแผนดำเนินงานเป็น ลายลักษณ์อักษร และได้รับการ อนุมัติจากผู้บริหาร

(4) มีการแสดงเจตนารมณ์เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) หรือมีวาระหารือกันใน การประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนสู่การลดก๊าซเรือนกระจกของสำนักโดยมีการระบุโครง

การ/กิจกรรม กำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานโดยได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร (1.6.1(1),1.6.1(2),1.6.1(3)

1.6.1(1) แผนการจัดการสิ่งแวดล้อม
1.6.1(2) แผนงานโครงการที่นำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงาน

1.6.1(3) หน้าจอการประชาสัมพันธ์นโยบายการขับเคลื่อนก๊าซเรือนกระจกให้กับบุคลากรทราบ ( ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ )

1.6.2 โครงการที่นำไปสู่การลดก๊าซ เรือนกระจกของหน่วยงาน(1)  มีการกำหนดวัตถุประสงค์
เป้าหมายโครงการ ที่สามารถวัดผลได้ชัดเจน
(2) จัดทำแผนการดำเนินงาน/กิจกรรม/นวัตกรรมที่กำหนดในโครงการสิ่งแวดล้อมมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมาย
(3) ระยะเวลาการทำโครงการมีความเหมาะสม
(4) กำหนดผู้รับผิดชอบในการทำ
โครงการอย่างชัดเจน โดยจะต้องมี
ความเข้าใจ และสามารถอธิบายได้
(5) มีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการ และกำหนดความถี่เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานอย่าง
ต่อเนื่อง
(6) สรุปผลการดำเนินโครงการ บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด / กรณีที่ไม่บรรลุเป้าหมายมีการทบทวนเพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข
(7) นำเสนอแนวทางการพัฒนา
โครงการ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง
และยั่งยืนหลังบรรลุเป้าหมาย

ตามที่กำหนด
สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการดำเนินการจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่นำไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงานตามแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม(1.6.2(1),  เช่น โครงการมหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้บ่ายวันพุธ “กิจกรรมประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้” (1.6.2(2) โครงการ 5ส (1.6.2(3) โครงการคิดก่อนใช้ ใส่ใจพลังงาน ร่วมสร้างสำนักงานสีเขียว (1.6.2(4) และโครงการชุดระบบ Solar Cell รักษ์โลกร้อน (1.6.2(5) ในสถานที่ปฏิบัติงานของแต่ละงาน พร้อมทั้งทำรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้บริหารทราบ (1.6.2(6),1.6.2(7)

1.6.2(1) แผนการจัดการสิ่งแวดล้อม
1.6.2(2) สรุปผลกิจกรรมประดิษฐ์ของจากวัสดุเหลือใช้
1.6.2(3)  สรุปผลโครงการ 5ส
1.6.2(4) โครงการคิดก่อนใช้ ใส่ใจพลังงาน ร่วมสร้างสำนักงานสีเขียว
1.6.2(5) โครงการชุดระบบ Solar Cell รักษ์โลกร้อน
1.6.2(6) รายงานกาประชุมบุคลากรสำนักวิทยบริการฯ ครั้งที่ 2/2567

1.6.2(7) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 2/2567
1.7 การทบทวนฝ่ายบริหาร

1.7.1 การกำหนดองค์ประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร
(1) มีผู้บริหารเข้าร่วมประชุม
(2) มีตัวแทนของแต่ละฝ่าย/แผนก/ส่วนงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในแต่ละหมวดเข้าร่วมประชุม
(3) จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมจะต้องมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของจำนวนผู้ที่เป็นคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวพร้อมหลักฐานการลงนามเข้าร่วมประชุม

(4) หากผู้ที่จะต้องเข้าประชุมไม่สามารถเข้าร่วมได้ จะต้องมีวิธีการรายงานผลการประชุมให้รับทราบ พร้อมรับข้อเสนอแนะ

สำนักวิทยบริการฯ มีการประชุมเพื่อทบทวนการบริหารจัดการสำนักงานสีเขียว ในปี 2567 จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้
1. รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567 วันที่ 3 มกราคม  พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน มีผู้เข้าร่วมประชุม 23 คน คิดเป็นร้อยละ 100 (1.7.1(1)
2.รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2/2567 วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน มีผู้เข้าร่วมประชุม 23 คน คิดเป็นร้อยละ 100 (1.7.1(2)
3. รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 3/2567 วันที่ 21  สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน มีผู้เข้าร่วมประชุม 23 คน คิดเป็นร้อยละ 100 (1.7.1(3)

     โดยการประชุมในแแต่ละครั้งจะประกอบไปด้วย ผู้อำนวยการ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ รองผู้อำนวยการหัวหน้าสำนักงาน และคณะกรรมการดำเนินงาน หมวด 1-6 เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงาน และสำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำเอกสารประกอบการประชุมโดยส่งข้อมูลผ่านอีเมลให้กับบุคลากรทุกคนทราบเพื่อเป็นการประหยัดกระดาษ

1.7.1(1) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567
1.7.1(2) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 2/2567
1.7.1(3) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 3/2567

1.7.2 มีการกำหนดวาระการประชุม และทำการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร ดังนี้
(1) มีการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(2) มีการกำหนดวาระการประชุม ดังนี้
- วาระที่ ๑ การติดตามผลการประชุม ทบทวนฝ่ายบริหารที่ผ่านมา
- วาระที่ ๒ นโยบายสิ่งแวดล้อม
- วาระที่ ๓ ความมีประสิทธิภาพ ของคณะกรรมการหรือทีมงาน ด้านสิ่งแวดล้อม (ความเพียงพอ และความเหมาะสม)
- วาระที่ ๔ การติดตามผลการ ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม การ สื่อสารและข้อคิดเห็นด้าน สิ่งแวดล้อม  การปฏิบัติตาม กฎหมาย รวมถึงแนวทางการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนา
- วาระที่ 5 การเปลี่ยนแปลงที่จะ ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จใน การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
- วาระที่ 6 ข้อเสนอแนะจากที่ ประชุม และวิสัยทัศน์ แนวคิด ของผู้บริหารของการดำเนินงาน สำนักงานสีเขียวอย่างต่อเนื่อง

(3) จัดทำรายงานการประชุมทบทวน ฝ่ายบริหาร และภาพถ่ายของการ ประชุมทุกครั้ง

สำนักวิทยบริการฯ มีการกำหนดและประชุมทบทวนฝ่ายบริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  ซึ่งการประชุมเป็นไปตามวาระการประชุมที่เกณฑ์สำนักสีเขียวกำหนดและได้จัดทำรายงานการประชุมทบทวนฝ่ายบริหาร ดังนี้
1. รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567 วันที่ 3 มกราคม  พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน (1.7.2(1)
2.รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2/2567 วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน (1.7.2(2)

3. รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ 3/2567 วันที่ 21  สิงหาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมศูนย์อาเซียน

1.7.2(1) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 1/2567
1.7.2(2) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียว สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 2/2567

 1.7.2(3) แผนปฏิบัติการพัฒนาสำนักวิทยบริการฯ สู่องค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หมวดที่ 2 : การสื่อสารและสร้างจิตสำนึก

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
2.1 การอบรมให้ความรู้และประเมินความเข้าใจ

2.1.1 กำหนดแผนการฝึกอบรมดำเนินการอบรม การประเมินผล และบันทึกประวัติการฝึกอบรม
(1) ระบุหลักสูตรและความถี่การอบรมลงในแผนการฝึกอบรม โดยหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหามีรายละเอียด อย่างน้อยดังนี้
 - ความสำคัญของสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว
   - การบริหารจัดการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว และการลดปริมาณการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก
   - การให้บริการที่มีคุณภาพและเป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม
   - การจัดหาและการให้บริการ ทรัพยากรสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง กับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
(2) ดำเนินการฝึกอบรมตามแผนการฝึกอบรมในข้อ (1) โดยผู้รับการ อบรมจะต้องมากกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละหลักสูตร
(3) ประเมินผลการฝึกอบรม เช่น ข้อสอบ หรือการประเมินขณะปฏิบัติงาน เป็นต้น
(4) จัดทำประวัติการอบรมของบุคลากร

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำหลักสูตรและแผนการฝึกอบรม ประจำปี 2567 (2.1.1(1) และแผนการเพิ่มทักษะความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 (2.1.1(2) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ
ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม  โดยมีผู้รับผิดชอบคือนางสาวนภัสสร จิตรพันธ์
ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567 ทั้งนี้ได้ดำเนินการจัดทำแผนทั้งหมด 11 หลักสูตร ดังนี้
     1. หลักสูตรอบรมด้านสำนักงานสีเขียว จำนวน 5 หลักสูตร
         1.1 ความสำคัญของสำนักงานสีเขียว
         1.2 การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
         1.3 การจัดการมลพิษและของเสีย
         1.4 การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
         1.5 ก๊าซเรือนกระจก
     2. หลักสูตรอบรมด้านห้องสมุดสีเขียว จำนวน 4 หลักสูตร
         2.1 ความสำคัญของห้องสมุดสีเขียว
         2.2 การบริหารจัดการห้องสมุดสีเขียว และการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
         2.3 การให้บริการที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
         2.4 การจัดหาและการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
      3. หลักสูตรอบรมด้านความปลอดภัยและการเตรียมพร้อมต่อสภาวะฉุกเฉิน จำนวน 2 หลักสูตร
         3.1 การซ้อมอพยพหนีไฟและดับเพลิง
         3.2 การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
สำนักวิทยบริการฯได้ดำเนินการจัดอบรมไปแล้วทั้งสิ้น 3 หลักสูตร ได้แก่
หลักสูตร "รู้จักสำนักงานสีเขียว:สร้างจิตสำนึก รักษาสิ่งแวดล้อม” มีบุคลากรเข้าอบรมทั้งสิ้น 26 คน ผ่านการอบรม 26 คน ได้มีการวัดความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรมด้วยวิธีการทำแบบทดสอบก่อนการอบรม โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ7.19/20 คิดเป็นร้อยละ 35.95 และหลังการอบรมโดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 19.07/20 คิดเป็นร้อยละ 95.35 พบว่าผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจ (2.1.1(3)
หลักสูตร “ห้องสมุดสีเขียว: จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เพื่อสิ่งแวดล้อม” มีบุคลากรเข้าอบรมทั้งสิ้น 26 คน ผ่านการอบรม 26 คน ได้มีการวัดความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรมด้วยวิธีการทำแบบทดสอบก่อนการอบรม โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 6.15/20 คิดเป็นร้อยละ 30.75 และหลังการอบรมโดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 18.73/20 คิดเป็นร้อยละ 93.65 พบว่าผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจ (2.1.1(4)
หลักสูตร “อบรมด้านความปลอดภัยและเตรียมพร้อมต่อสภาวะฉุกเฉิน มีบุคลากรเข้าอบรมทั้งสิ้น 26 คน ผ่านการอบรม 26 คน ได้มีการวัดความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการอบรมด้วยวิธีการทำแบบทดสอบก่อนการอบรม โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ5.43/10 คิดเป็นร้อยละ 54.30 และหลังการอบรมโดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.14/10 คิดเป็นร้อยละ 91.43 พบว่าผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจ (2.1.1(5)

    สำนักวิทยบริการฯ ได้สรุปผลการประเมินการอบรม มีผู้ผ่านการอบรมเฉลี่ยร้อยละ 93.48 และมีการประเมินความรู้ก่อนการอบรม เฉลี่ยร้อยละ 40.13 และหลังการอบรม เฉลี่ยร้อยละ 93.47  และได้มีการจัดทำทะเบียนประวัติการอบรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมครบทั้ง 3 หลักสูตรตามแผน (2.1.1(6)

2.1.1(1) หลักสูตรและแผนฝึกอบรม ประจำปีงบประมาณ 2567
2.1.1(2) แผนการเพิ่มทักษะความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
2.1.1(3) ใบลงทะเบียนและประเมินผลบุคลากร วันที่ 17 ม.ค.67
2.1.1(4) ใบลงทะเบียนและประเมินผลบุคลากร วันที่ 27 มี.ค.67
2.1.1(5) ใบลงทะเบียนและประเมินผลบุคลากร วันที่ 16 ธ.ค.67
2.1.1(6) ประวัติการอบรม
บุคลากรสำนักวิทยบริการฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ประจำปี 2567

2.1.2  กำหนดผู้รับผิดชอบด้านการอบรมแต่ละหลักสูตรมีความเหมาะสม
(1) ผู้รับผิดชอบในการอบรมจะต้องมี ความรู้ในเนื้อหาการอบรม
(2) ผู้รับผิดชอบในการอบรมจะต้องมี หลักฐานแสดงความสามารถ เช่น ประวัติ หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
(3) ผู้รับผิดชอบในการอบรมจะต้อง เข้าใจเนื้อหาในการอบรม
(4) ผู้รับผิดชอบในการอบรมจะต้องมี หลักฐานแสดงความสามารถ เช่น ใบรับรองจากหน่วยงานภายนอก หรือ ประวัติ หรือประสบการณ์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

ในการอบรมได้มีการจัดเก็บข้อมูลของวิทยากรที่ทำการอบรม ดังนี้
1. หลักสูตร "รู้จักสำนักงานสีเขียว:สร้างจิตสำนึก รักษาสิ่งแวดล้อม” อบรมเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 วิทยากร อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ เถื่อนใย อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (2.1.2(1)
2. หลักสูตร “ห้องสมุดสีเขียว: จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เพื่อสิ่งแวดล้อม” อบรมเมื่อวันที่ 6 – 7 มีนาคม 2567 วิทยากร ดร.อารีย์ ธัญกิจจานุกิจ ประธานคณะกรรมการบริหารชมรมหองสมุดสีเขียว (2.1.2(2)
3. หลักสูตร “อบรมด้านความปลอดภัยและเตรียมพร้อมต่อสภาวะฉุกเฉิน อบรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 วิทยากร นายวิทยา สมจริยา ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายการกีฬา และสิบโทภาณุวัฒน์ กว้างขวาง เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (2.1.2(3),2.1.2(4)

2.1.2(1) ประวัติวิทยากร อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ เถื่อนใย
2.1.2(2) ประวัติวิทยากรอบรม ดร.อารีย์ ธัญกิจจานุกิจ
2.1.2(3) ประวัติวิทยากร นายวิทยา สมจริยา
2.1.2(4) ประวัติวิทยากร
สิบโทภาณุวัฒน์ กว้างขวาง

2.2 การรณรงค์และประชาสัมพันธ์แก่บุคลากร

2.2.1 มีการกำหนดผู้รับผิดชอบและแนวทางสื่อสารเรื่องสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว
(1) กำหนดหัวข้อและความถี่การสื่อสาร อย่างน้อย ดังนี้
 - นโยบาย ห้องสมุดสีเขียวและสำนักงานสีเขียว
 - ทรัพยากรสารสนเทศด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และเรื่องที่เกี่ยวข้อง
   - ความรู้ด้าน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมและเรื่องที่เกี่ยวข้อง 
   - กิจกรรมด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
   - กิจกรรม เครือข่ายความร่วมมือ
   - ปัญหา สิ่งแวดล้อมที่มี นัยสำคัญและการ จัดการ
   - การปฏิบัติตามกฎหมาย
   - ความสะอาด และความเป็น ระเบียบ (5ส.)
   - เป้าหมายและ มาตรการพลังงานทรัพยากร (ได้แก่ น้ำ ไฟฟ้า น้ำมัน เชื้อเพลิง ก๊าซหุง ต้ม กระดาษ และ อื่นๆ)
   - เป้าหมายและ มาตรการจัดการของเสีย
   - ผลการใช้ทรัพยากร พลังงาน และของเสีย
   - สินค้าและ บริการที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม
   - ก๊าซเรือน กระจก
(2) กำหนดช่องทางการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหัวข้อ การสื่อสารและองค์กร (ไม่จำกัด จำนวนช่องทาง)
(3) กำหนดกลุ่มเป้าหมายรับเรื่องสื่อสาร

  (4) กำหนดผู้รับผิดชอบในการสื่อสาร

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำแผนการสื่อด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2567 โดยมีผู้รับผิดชอบคือ นางสาวจีรภา อินทะนิน บรรณารักษ์ชำนาญการ, นางสาวนภัสสร จิตรพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป, นายนพรัตน์ ประดิษฐ์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา, และนางสาวนิษฐา ไตรเดชา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ จำนวน 9 หัวข้อ และได้กำหนดหัวข้อและความถี่การสื่อสาร ดังนี้ (2.2.1(1)
             ๑. นโยบายสิ่งแวดล้อม
             ๒. ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญและการจัดการ
             ๓. การปฏิบัติตามกฎหมาย
             ๔. ความสะอาดและความเป็นระเบียบ (5ส.)
             ๕. เป้าหมายและมาตรการพลังงาน-ทรัพยากร (ได้แก่น้ำ ไฟฟ้า น้ามันเชื้อเพลิง ก๊าซหุงต้ม กระดาษ และอื่นๆ)
             ๖. เป้าหมายและมาตรการจัดการของเสีย
             ๗. ผลการใช้ทรัพยากร พลังงาน และของเสีย
             ๘. สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
             ๙. ก๊าซเรือนกระจก
           สำนักวิทยบริการฯ ได้กำหนดช่องทางการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสำนักงานที่มีประสิทธิภาพกับหัวข้อการสื่อสารและองค์กร ได้แก่ (2.2.1(2),2.2.1(3)
     1. ประชุมชี้แจง
     2. เว็บไซต์ Green Office
     3. จออิเล็กทรอนิกส์
     4. บอร์ดประชาสัมพันธ์ 
     5. Facebookสำนักฯ
     6. เว็บไซต์ GreenOffice
     7. Line@ บุคลากรมหาวิทยาลัย
      สำนักวิทยบริการฯ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ภายในและภายนอกสำนักงาน ให้เกิดการรับรู้และรับทราบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ (2.2.1(4)
     1. กลุ่มเป้าหมาย ภายใน คือ ผู้บริหารและบุคลากรสำนักฯ
     2. กลุ่มเป้าหมาย ภายนอก คือ ผู้ใช้บริการห้องสมุด (นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่าและบุคคลภายนอก)

   สำนักวิทยบริการฯ ได้กำหนดผู้รับผิดชอบในการสื่อสาร/รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม คือ นายนพรัตน์ ประดิษฐ์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นางสาวนิษฐา ไตรเดชา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ นางสาวนภัสสร จิตพันธ์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี ๒๕๖7 (2.2.1(5)

2.2.1(1) แผนการสื่อด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567
2.2.1(2) แผนช่องทางการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน

2.2.1(3) ช่องทางการประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม
2.2.1(4) กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการการสื่อสารด้านสิ่งแวดล้อม
2.2.1(5) กำหนดผู้รับผิดชอบในการสื่อสารรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

2.2.2 มีการรณรงค์สื่อสารและให้ความรู้ตามที่กำหนดในข้อ 2.2.1
ตามที่กำหนดในข้อ 2.2.1

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำสื่อด้านสิ่งแวดล้อมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อสารด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน โดยมีผู้รับผิดชอบ คือ นายนพรัตน์ ประดิษฐ์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา เพื่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนธันวาคม 2567 จำนวน 18 ชิ้นงาน (2.2.2(1) แยกเป็นประเภทต่างๆดังนี้
- ประเภทสื่อวีดีทัศน์สิ่งแวดล้อม
4 ชิ้นงาน (2.2.2(2)

          - ประเภทสื่อPoster/Infographic    52 ชิ้นงาน (2.2.2(3)

2.2.2(1) สรุปการจัดป้ายการสื่อสารรณรงค์ประชาสัมพันธ์การจัดการที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567
2.2.2(2) สรุปการจัดป้ายการสื่อสาร ประเภทสื่อวิดีทัศน์ ประจำปี 2567

2.2.2(3) สรุปการจัดป้ายการสื่อสาร ประเภทสื่อ Infographic ประจำปี 2567

2.2.3 ร้อยละความเข้าใจนโยบายและการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว
   โดยจะต้องสอบถาม บุคลากรแต่ละคนอย่างน้อยตามข้อ 2.2.1 (สุ่ม อย่างน้อย 4 คน)

สำนักวิทยบริการฯ สร้างความเข้าใจในด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม โดยได้ประกาศนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เพื่อสร้างความเข้าใจสำหรับบุคลากรสำนักวิทยบริการฯ จำนวน 24 คน คิดเป็น ร้อยละ 100 เรื่องนโยบาย (2.2.3(1)สิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวตามช่องทางต่างๆต่อไปนี้
1. เว็บไซต์ Green office & Green library (2.2.3(2)
2. เพจ facebook : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี (2.2.3(3)

     3. มุมความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (2.2.3(4)   

2.2.3(1) ร้อยละความเข้าใจนโยบายสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว
2.2.3(2) เว็บไซต์ Green office & Green library
2.2.3(3) เพจ facebook : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.2.3(4) มุม Green Corner การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

2.2.4 มีช่องทางรับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็นด้านสิ่งแว้ดล้อม และนำมาปรับปรุงแก้ไข
(1) มีช่องทางเพื่อรับข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็นด้านห้องสมุดสีเขียว เช่น ไลน์ เว็บไซต์เฟสบุ๊ค อีเมล์ กล่องรับ ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจาก การประชุม
(2) มีผู้รับผิดชอบในการรับข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็น
(3) มีการแสดงข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น ด้านห้องสมุดสีเขียว
(4) มีการรายงานผลการปรับปรุงจาก ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น และเสนอ ต่อผู้บริหาร

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำช่องทางการรับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อมในรูปแบบออนไลน์จากผู้รับบริการ และนำมาปรับปรุงแก้ไข 6 ช่องทาง (2.2.4(1) ได้แก่
รูปแบบออนไลน์ ได้แก่
- หน้าเว็บไซต์สำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว https://arit.kru.ac.th/green/
- เพจ Facebook : สำนักวิทยบริการและ
เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
- Line @ : @aritkru
- Email : acit@kru.ac.th 
-ช่องทางรับข้อเสนอแนะ ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย
QR Code โดยใช้ Google Form
- QR Code รับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม ติดตั้งอยู่ที่เคาน์เตอร์ประจำ ชั้น 1-5

   สำนักวิทยบริการฯ ได้กำหนดผู้รับผิดชอบในการรับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น คือ นางสาวนภัสสร จิตพันธ์ (2.2.4(2)  ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี ๒๕๖๗ ในปี 2567 ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของสำนักวิทยบริการฯ (2.2.4(3),2.2.4(4)
ไม่พบข้อร้องเรียนหรือข้อคิดเห็น
ด้านสิ่งแวดล้อม

2.2.4(1) ช่องการรับข้อเสนอแนะด้านสิ่งแวดล้อมมีช่องทางรับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น ด้านสิ่งแวดล้อม และนำมาปรับปรุงแก้ไข
2.2.4(2) ผู้รับผิดชอบในการรับข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น
2.2.4(3) แบบฟอร์มบันทึกรับข้อเสนอแนะด้านสิ่งแวดล้อม
2.2.4(4) รายงานผลการปรับปรุงจากข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น และเสนอต่อผู้บริหาร

หมวดที่ 3 : การใช้ทรัพยากรและพลังงาน

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
3.1 การใช้น้ำ

3.1.1 มาตรการหรือแนวทางใช้น้ำมีความเหมาะสมกับสำนักงานจะต้องประกอบไปด้วย
(1) การสร้างความตระหนักในการใช้น้ำ
(2) การกำหนดเวลาการใช้น้ำ เช่น เวลา รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น
(3) การกำหนดรูปแบบการนำน้ำกลับมา ใช้ใหม่
(4) การเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดน้ำ

สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการกำหนดมาตรการการใช้น้ำให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ หมั่นบำรุงรักษาตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ นำน้ำที่เหลือจากการอุปโภคบริโภคกลับมาใช้ใหม่ (3.1.1(1) ดังนี้ 
1. รณรงค์ด้วยการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ สร้างจิตสำนึก เรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด (3.1.1(2)
2. ปิดวาล์วน้ำ ก๊อกน้ำหรืออุปกรณ์การใช้น้ำทุกชนิดให้สนิทหลังการใช้งาน ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน  (3.1.1(3)
3. กรณีชักโครกรุ่นเก่าให้นำน้ำบรรจุในขวดพลาสติกนำไปไว้ในถังน้ำชักโครก ในการชะล้างแต่ละครั้ง  (3.1.1(4)
4. นำน้ำที่เหลือจากการดื่มหรือน้ำที่ใช้ล้างภาชนะเป็นน้ำสุดท้าย ให้นำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้ในอาคาร   (3.1.1(5)
5. การรดน้ำต้นไม้ให้ใช้สปริงเกิลหรือฝักบัว กำหนดให้รดน้ำต้นไม้ เวลา 06.00-08.00 น. ทั้งนี้ให้ดูความเหมาะสมว่าควรรดน้ำหรือไม่ ยกเว้นฤดูฝนหรือวันที่มีฝนตก (3.1.1(6)
6. ตรวจสอบอุปกรณ์และใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เดือนละ 1 ครั้ง หากพบเห็นอุปกรณ์ ระบบประปาชำรุดให้แจ้งหน่วยงานอาคารสถานที่เพื่อซ่อมบำรุงทันที (3.1.1(7)
7. จดบันทึกปริมาณการใช้น้ำจากมิเตอร์วัดน้ำทุกเดือน และเปรียบเทียบการใช้น้ำต่อจำนวนบุคลากรและผู้ใช้บริการ เดือนละครั้ง (3.1.1(8)
8. เลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและใช้หัวก๊อกน้ำที่มีอุปกรณ์ควบคุมอัตราการไหลของน้ำ (ให้เปลี่ยนเมื่อมีการชำรุด)  (3.1.1(9)

    นอกจากนี้ สำนักวิทยบริการฯยังมีการกำหนด มีการกำหนดเวลาในการใช้น้ำ เช่น การรดน้ำต้นไม้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติดูแลการรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ของสำนักวิทยบริการฯ (3.1.1(10) รวมถึงการมีการกำหนดรูปแบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (3.1.1(11) และการเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น การใช้ก๊อกน้ำผ่านระบบเซ็นเซอร์ การใช้สปริงเกอร์รดน้ำต้นไม้ (3.1.1(12) เพื่อเป็นการประหยัดน้ำไปอีกทางหนึ่งด้วย

3.1.1(1) มาตรการหรือแนวทางใช้น้ำเหมาะสมกับสำนักงาน
 3.1.1(2) รณรงค์ด้วยการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้ สร้างจิตสำนึก
3.1.1(3) ปิดวาล์วน้ำ ก๊อกน้ำหรืออุปกรณ์การใช้น้ำทุกชนิดให้สนิทหลังการใช้งาน
3.1.1(4) การนำน้ำบรรจุในขวดพลาสติกนำไปไว้ในถังน้ำชักโครก
 3.1.1(5) นำน้ำที่เหลือจากการดื่มหรือน้ำที่ใช้ล้างภาชนะเป็นน้ำสุดท้าย
 3.1.1(6) การรดน้ำต้นไม้ให้ใช้สปริงเกิลหรือฝักบัว
 3.1.1(7) ภาพการตรวจสอบอุปกรณ์และใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ
 3.1.1(8) มีการจดบันทึกปริมาณการใช้น้ำจากมิเตอร์วัดน้ำทุกเดือน
 3.1.1(9) การกำหนดเวลาการใช้น้ำ เช่น เวลารดน้ำต้นไม้
 3.1.1(10) การกำหนดรูปแบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่
 3.1.1(11) การเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดน้ำ  3.1.1(12) เลือกสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำและใช้หัวก๊อกน้ำที่มีอุปกรณ์ควบคุม

3.1.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้น้ำต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมายและวิเคราะห์ผล
(๑) การแสดงข้อมูลการใช้น้ำรายเดือน
(๒)  การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้น้ำ
(๓) สรุปผลการบรรลุ / ไม่บรรลุ
การเก็บข้อมูลกรณีบรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำ แต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำ ต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
 การเก็บข้อมูลกรณีไม่บรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำ แต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำ ต่อหน่วย
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนว ทางแก้ไข

สำนักวิทยบริการฯ มีการกำหนดกิจกรรมการดำเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานสำนักงานสีเขียว ตั้งแต่การกำหนดมาตรการการใช้ทรัพยากรน้ำและค่าเป้าหมายการใช้พลังงานและทรัพยากร (3.1.2(1), 3.1.2(2) รวมถึงการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ทรัพยากรน้ำ การตรวจสอบอุปกรณ์น้ำ การรายงานผลการใช้ทรัพยากรน้ำและการเปรียบเทียบค่าเป้าหมายในการใช้น้ำ (3.1.2(3),3.1.2(4)
   สรุปปริมาณการใช้น้ำ
   - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2563 เท่ากับ 2,225 ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2562 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 2,238 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำลดลงคิดเป็นร้อยละ  -2%  ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 2
   - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2564 เท่ากับ 1,890 ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2563 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 2,225 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำลดลงคิดเป็นร้อยละ  -14.59%  ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
   - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2565 เท่ากับ 3,647  ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2564 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 1,890 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 92.40% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
   - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2566 เท่ากับ 2,200 ลบ.ม. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 3,647 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำลดลงคิดเป็นร้อยละ -39.80% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
   - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2567 เท่ากับ 2,017 ลบ.ม. ลดลงจาก ปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 2,200 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำลดลงคิดเป็นร้อยละ -8.19% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5

  - ปริมาณน้ำสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง พฤษภาคม ปี 2568 เท่ากับ 810  ลบ.ม. ลดลงจาก ปี 2567 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 1,021 ลบ.ม.  มีปริมาณการใช้น้ำลดลงคิดเป็นร้อยละ -20.58% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 10

3.1.2(1) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
3.1.2(2) ประกาศสำนักฯ เรื่อง เป้าหมายการจัดการพลังงานและและการใช้ทรัพยากร
3.1.2(3) ปริมาณการใช้น้ำปี 2562 ถึง 2568
3.1.2(4) รายงานผลการใช้ทรัพยากรน้ำและการเปรียบเทียบค่าเป้าหมาย
3.1.2(5) ตารางการเปรียบเทียบปริมาณการใช้น้ำแต่ละเดือน (เพิ่มขึ้น - ลดลง) ระหว่างปี 2562 ถึง 2565
3.1.2(6) สรุปการเปรียบเทียบการใช้น้ำต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมายระหว่างปี 2567 กับ 2568 3.1.2(7) รายงานการประชุมคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ครั้งที่ 2/2567

3.1.3 การปฏิบัติตามมาตรการ ประหยัดน้ำในพื้นที่ทำงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรในพื้นที่)
(1)  ในการสำรวจพื้นที่สำนักงานมีการปฏิบัติตามมาตรการและไม่พบน้ำหยด รั่วไหล จากอุปกรณ์ในห้องน้ำ ก๊อกน้ำ
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือ แนวทางการใช้น้ำของหน่วยงานได้ และนำไปสู่การปฏิบัติหรือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
(3)  สัมภาษณ์บุคลากรถึงข้อมูลการใช้ น้ำของหน่วยงาน (สาเหตุของการ บรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)

บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ การดำเนินตามมาตรการประหยัดน้ำในพื้นที่ทำงาน อย่างต่อเนื่อง  
3.2 การใช้พลังงาน

3.2.1  มาตรการหรือแนวทางการใช้ไฟฟ้าเหมาะสมกับสำนักงานจะต้องประกอบไปด้วย รายละเอียดดังนี้
(1) กำหนดมาตรการประหยัดการใช้ ไฟฟ้า การสร้างความตระหนักใน การใช้ไฟฟ้า
(2) การกำหนดเวลาการใช้ไฟฟ้า / อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เวลาการเปิด - ปิด เป็นต้น
(3) การใช้พลังงานทดแทน

(4) มีการใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า หรือ มีแผนในการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ ประหยัดไฟฟ้าในอนาคต

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มีนโยบายการพัฒนา สำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ให้เป็น Green University ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี โดยมุ่งเน้นการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องการประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และการสร้างความตระหนักรู้ด้านอนุรักษ์พลังงานให้เกิดกับบุคลากรในทุกงาน ตลอดจนถึงผู้ใช้บริการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สำนักวิทยบริการฯ
ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ ได้ประกาศมาตรการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ประจำปี พ.ศ. 2567 มาตราการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมหัวข้อที่ 7 ตามมาตราการด้านการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า(3.2.1(1) ดังนี้
7.1. มาตรการการใช้ไฟฟ้า
1. ใช้แสงธรรมชาติ รณรงค์ให้เปิดผ้าม่าน (3.2.1(2)
2. ปิดไฟทุกครั้งเมื่อช่วงพักกลางวัน เวลา 12.00 – 13.00 น (3.2.1(.3).
3. รณรงค์ให้ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้งที่เลิกใช้งาน
7.2 มาตรการการใช้เครื่องปรับอากาศ
1. เปิดและปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลา 30 นาที โดยปรับตั้งอุณหภูมิ 25-27 องศาเซลเซียส
2. ทำความสะอาดซิลเลอร์และช่องส่งลมเย็น ทุก 6 เดือน
7.3 มาตรการการใช้ลิฟต์
1. รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ (3.2.1(4)
2. ใช้ลิฟต์ร่วมกันครั้งละหลาย ๆ คน
3. ดูแลรักษาและซ่อมบำรุง เดือนละ 1 ครั้ง (3.2.1(5)

    ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ ยังมีการใช้พลังงานทดแทน  โดยสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีการติดตั้งไฟส่องสว่างที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์บริเวณภายนอกของอาคารและจะทำงานในเวลากลางคืน (3.2.1(7) รวมถึงการเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ6า โดยมีการดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดไฟชนิด LED เพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงาน

3.2.1(1)มาตรการหรือแนวทางใช้ไฟฟ้ามีความเหมาะสมกับสำนักงาน
3.2.1(2) การใช้แสงธรรมชาติรณรงค์ให้เปิดผ้าม่าน
3.2.1(3) ปิดไฟทุกครั้งเมื่อช่วงพักกลางวัน เวลา 12.00 – 13.00 น.
3.2.1(4) รณรงค์ให้ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์
3.2.1(5) ใช้ลิฟต์ร่วมกันครั้งละหลาย ๆ คน
3.2.1(6) ดูแลรักษาและซ่อมบำรุง เดือนละ 1 ครั้ง
3.2.1(7) การใช้พลังงานทดแทน

3.2.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
(1) การแสดงข้อมูลการใช้ไฟฟ้ารายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้ไฟฟ้า (3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ
การเก็บข้อมูลกรณีบรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้า แต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้า ต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้า แต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้า ต่อหน่วย
(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนว ทางแก้ไข

สำนักวิทยบริการฯ มีการใช้พลังงานหลายชนิด ทั้งในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้าและการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในสำนักงาน แต่จะมีปริมาณการใช้พลังงานดังกล่าวมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายปัจจัยรวมถึงลักษณะของกิจกรรมต่างๆ ดังนั้น สำนักวิทยบริการฯ จึงต้องกำหนดมาตรการในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า การกำหนดเวลาเปิด-ปิด การติดป้ายรณรงค์และให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานแก่บุคลากรและผู้ใช้บริการ รวมถึงการเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ในการนี้สำนักวิทยบริการฯ จึงต้องเก็บข้อมูลการใช้พลังงานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาปริมาณการใช้พลังงานดังกล่าว และจะต้องควบคุมหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาใช้พื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรการของสำนักวิทยบริการฯ ด้วย พร้อมทั้งมีการมอบหมายให้บุคลากร นายนภัทร ยิ่งมี ผู้ปฏิบัติงานบริหารทั่วไป จดบันทึกข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าแต่ละเดือน และรวบรวมจัดทำเป็นสถิติแต่ละปี (3.2.2(1) รวมถึงการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วย เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์และปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการฯ  โดยมีผลการดำเนินงานเปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้า
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2563  โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2562 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ -54.91% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 2
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2564  โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2563 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ -18.96% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2565  โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2564 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.21% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสะสมตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2566  โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2565 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.92% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
การวิเคราะห์สาเหตุที่ไม่บรรลุตามเป็นหมาย (3.2.2(2) มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นและมีการใช้พื้นที่ในการจัดประชุมตามนโยบายของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้หน่วยงานที่มีห้องประชุมจะต้องให้บริการหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยตามความสะเหมาะของการประชุมแต่ละครั้งจึงทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มมากตามขึ้นไปด้วยประกอบด้วยอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในหน่วยงานบางจุดยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยในการประหยัดไฟฟ้า ขาดการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ งบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษาวัสดุครุภัณฑ์ลดลง
   แนวทางการแก้ไข
- ควรมีจัดทำแผนการสำรวจวัสดุครุภัณฑ์
- ควรมีการปรับเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยในการประหยัดไฟฟ้าให้ทั่วถึงในพื้นที่ต่างๆของสำนักวิทยบริการฯ
- มีการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
- มีการกำหนดให้บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ มีการตรวจสอบวัสดุครุภัณฑ์
ผลการดำเนินปริมาณการใช้ไฟฟ้าปี 2567 โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2566 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ -12.14% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5

    - ปริมาณการใช้ไฟฟ้าปี 2568 (เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม) โดยใช้ผลการดำเนินงานปี 2567 (เป็นฐาน) มีผลการดำเนินงานการใช้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลงร้อยละ -14.57% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือร้อยละ 10

3.2.2(1) การจัดทำข้อมูลการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมาย
3.2.2(2) ตารางการเปรียบเทียบปริมาณการใช้น้ำแต่ละเดือน (เพิ่มขึ้น - ลดลง) ระหว่างปี 2562 ถึง 2568
3.2.2(3) สรุปการเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าต่อหน่วยเปรียบเทียบกับเป้าหมายระหว่างปี 2567 กับ 2568

3.2.3 การปฏิบัติตามมาตรการ ประหยัดไฟฟ้าในพื้นที่ทำงาน
(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงานมี การปฏิบัติตามมาตรการและไม่ พบการเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ในจุดที่ไม่มี การปฏิบัติงาน
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือ แนวทางใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานได้ และนำไปปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

(3) สัมภาษณ์บุคลากรถึงการใช้ไฟฟ้า ของหน่วยงาน (สาเหตุของการ บรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)
บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ การดำเนินตามมาตรการประหยัดการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง  

3.2.4  มาตรการหรือแนวทางการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทางที่เหมาะสมกับสำนักงาน ดำเนินการดังนี้
(๑) กำหนดมาตรการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทางที่เหมาะสมกับสำนักงาน
(๒)  การประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference)
(๓) การศึกษาเส้นทาง และวางแผนการ เดินทาง
(๔) การตรวจสอบและซ่อมบำรุงดูแล ยานพาหนะ

(๕) การใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือ การใช้รถไฟฟ้า หรือการเดินทางไป ด้วยกัน

สำนักมีมาตรการหรือแนวทางการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเดินทางที่เหมาะสม (3.2.4(1) ดังนี้
(1) การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (3.2.4(2)
(2) การใช้จักรยานหรือขนส่งสาธารณะมาทำงาน (3.2.4(3)
(2) ทางเดียวกันไปด้วยกัน (3.2.4(4),3.2.4(5)
(3) การซ่อมบำรุงดูแลยานพาหนะ

เนื่องจากสำนักวิทยบริการฯไม่มียานพาหนะเป็นของหน่วยงานจึงไม่มีการดำเนินงานในข้อนี้

3.2.4(1) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
3.2.4(2)การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
3.2.4(3)การใช้จักรยานไฟฟ้าส่งเอกสารภายในมหาวิทยาลัยเพื่อลดมลพิษและพลังงานเชื้อเพลิง
3.2.4(4) ขออนุมัติเดินทางไปราชการ
3.2.4(5) )รายชื่อบุคลากรขออนุมัติเดินทางไปราชการ

3.2.5 มีการจัดทำข้อมูลการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงต่อระยะทางเปรียบเทียบกับ เป้าหมาย และวิเคราะห์ผล
(1) การแสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้นำ้ มัน เชื้อเพลิง
(3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ
การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
 การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงต่อหน่วย

(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนว ทางแก้ไข

สำนักวิทยบริการฯ มีการเก็บข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกเดือนและข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อหน่วย ในปี พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เดือน มกราคม – ธันวาคม พ.ศ. 2566 โดยมีการมอบหมายให้นางศิริพร  ศรีเพชรดี ตำแหน่งนักบรรณารักษ์ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว (3.2.5(1) เป็นผู้บันทึกข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทุกเดือน และได้ประกาศมาตรการการจัดการด้นพลังงานและสิ่งแวดล้อมของสำนักฯ (3.2.5(2)เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์และปริมาณการน้ำมันเชื้อเพลิงของสำนักฯ
ผลการดำเนินกิจกรรม จากสถิติการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือนมกราคม–ธันวาคมปี พ.ศ.2565 พบว่า อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2564 (เป็นฐาน) มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1,486.49 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 61.93 ลิตร ส่วน ปี พ.ศ. 2565 มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1,000.12 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 41.67 ลิตร ซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง 20.26 ต่อคน/ลิตร  ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด คือ ร้อยละ 2  ของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน
เดือนมกราคม–ธันวาคมปี พ.ศ.2566 พบว่า อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2565 (เป็นฐาน) มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1,000.12 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 41.67 ลิตร ส่วน ปี พ.ศ. 2566 มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 962.83 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 40.11 ลิตร ซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง 1.56 ต่อคน/ลิตร  ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด คือ ร้อยละ 5  ของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน
เดือนมกราคม–ธันวาคมปี พ.ศ.2567 พบว่า อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2566 พบว่า อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2566 (เป็นฐาน) มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 962.83 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 40.11 ลิตร ส่วน ปี พ.ศ. 2567 มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 1030.65 ลิตร จำนวนที่ไปราชการ 24 คน เฉลี่ยต่อคนใช้น้ำมัน 42.94 ลิตร ซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 2.82 ต่อคน/ลิตร  ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด คือ ร้อยละ 5  ของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงเฉลี่ยต่อคน (3.2.5(3)
สาเหตุเกิดจากการเดินทางไปราชการที่มีระยะทางไกลพร้อมทั้งจำนวนบุคลากรที่เดินทางไปราชการแต่ละครั้งน้อยคนจึงส่งผลให้เกิดปัญหาการใช้น้ำมั่นเชื้อเพลิงสูงขึ้น จากผลการประเมิน พบว่าองค์กร/หน่วยงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีแนวทางแก้ไข ดังนี้
1. รณรงค์ให้บุคลากรใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือ ไฮบริด
2. วางแผนเส้นทางเดินทางเพื่อ ลดระยะทางและส่งเสรอมให้บุคลากรเดินทางร่วมกัน
3. ส่งเสริม การประชุมออนไลน์ (virtual meeting) แทนการเดินทาง
(3.2.5(4),3.2.5(5)

3.2.5(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
3.2.5(2) ประกาศมาตรการการการจัดการพลังงาน
3.2.5(3) รายงานการบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานเชื้อเพลิง
3.2.5(4) สรุปเปรียบเทียบปริมาณการใช้น้ำมัน
3.2.5(5) รายงานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว

3.3 การใช้ทรัพยากรอื่นๆ

3.3.1 มาตรการหรือแนวทางการใช้ กระดาษที่เหมาะสมกับสำนักงาน จะต้องประกอบไปด้วย รายละเอียด ดังนี้
(1) การสร้างความตระหนักในการใช้ กระดาษ
(2) การกำหนดรูปแบบการใช้กระดาษ
(3) การใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือไฟล์ดิจิทัล

(4) การนำกระดาษกลับมาใช้ใหม่

สำนักวิทยบริการฯ ได้สร้างความตระหนักในการใช้กระดาษโดยดำเนินการดังนี้
- การประกาศมาตรการการใช้กระดาษให้บุคลากรรับทราบผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- การใช้กระดาษจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
- การรณรงค์การใช้กระดาษให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด โดยเน้นให้ใช้กระดาษ 2 หน้า ก่อนนำกระดาษนั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป(3.3.1(1)

   สำนักวิทยบริการฯ มุ่งเน้นให้เกิดการใช้กระดาษให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสื่อสารขอความร่วมมือให้บุคลากรรับทราบในการใช้กระดาษแต่ละครั้งต้องมีการตรวจสอบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ก่อนสั่งพิมพ์เอกสาร รวมถึงการบำรุงดูแลรักษาเครื่องถ่ายเอกสารให้มีสภาพพร้อมใช้งานเพื่อลดการสูญเสียกระดาษหรือขยะจากกระดาษ รวมถึงการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทนการใช้กระดาษเพื่อการสื่อสารภายในองค์กร (3.3.1(2)

3.3.1(1) มาตรการหรือแนวทางใช้กระดาษมีความเหมาะสมกับสำนักงาน
3.3.1(2) การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
3.3.1(3) โครงการกระดาษสองหน้า 3.3.1(4) โครงการDIY

3.3.2 มีการจัดทำข้อมูลการใช้ กระดาษต่อหน่วยเปรียบเทียบกับ เป้าหมาย และวิเคราะห์ผล
(1) การแสดงข้อมูลการใช้กระดาษรายเดือน
(2) การเปรียบเทียบข้อมูลการใช้ กระดาษ
(3) สรุปการบรรลุ / ไม่บรรลุ
การเก็บข้อมูล กรณีบรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ กระดาษแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ กระดาษต่อหน่วย
(3) บรรลุเป้าหมาย
(4) สรุปสาเหตุที่นำไปสู่การบรรลุ เพื่อการ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การเก็บข้อมูล กรณีไม่บรรลุเป้าหมาย
(1) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ กระดาษแต่ละเดือน
(2) มีการเก็บข้อมูลปริมาณการใช้ กระดาษต่อหน่วย

(3) มีการวิเคราะห์สาเหตุและแนว ทางแก้ไข

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำบันทึกข้อมูลการใช้กระดาษ พร้อมทั้งทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กระดาษ ดังนี้
- ปริมาณการใช้กระดาษตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2566 เท่ากับ 143 รีม เพิ่มขึ้นจาก ปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 33 รีม  คิดเป็นร้อยละ  76.92% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการใช้กระดาษตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2567 เท่ากับ 105 รีม ลดลงจาก ปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 143 รีม  คิดเป็นร้อยละ  -26.57% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการใช้กระดาษตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2568 เท่ากับ 58 รีม เพิ่มขึ้นจาก ปี 2567 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 48 รีม  คิดเป็นร้อยละ  20.83% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5 (3.3.2(1), 3.3.2(2), 3.3.2(3)
สาเหตุที่ไม่บรรลุเนื่องจากมหาวิทยาลัยมีการปรับกระบวนการในการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายประมาณการตามคำแนะนำของหน่วยงานสำนักงานตรวจสอบภายในของจังหวัด
แนวทางแก้ไข

  1.  ควรตรวจสอบการพิมพ์เอกสารก่อนดำเนินการพิมพ์เอกสาร
ควรนำกระดาษโครงการสองหน้ามาใช้ในการดำเนินการจัดทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายในส่วนที่เพิ่มเติม

3.3.2(1) บันทึกปริมาณการใช้กระดาษปี 2562 ถึงปี2568
3.3.2(2) ตารางการเปรียบเทียบปริมาณการใช้กระดาษแต่ละเดือน (เพิ่มขึ้น - ลดลง) ระหว่างปี 2562 ถึง 2565 3.3.2(3) รายงานการประชุมคณะกรรมการโครงการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว

3.3.3 การปฏิบัติตามมาตรการ ประหยัดกระดาษในพื้นที่ทำงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรใน พื้นที่)
(1) ในการสำรวจพื้นที่สำนักงานมี การปฏิบัติตามมาตรการและไม่ พบการใช้กระดาษสิ้นเปลือง
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือ แนวทางใช้กระดาษของหน่วยงานได้ และนำไปปฏิบัติหรือปรับเปลี่ยน พฤติกรรม

(3) สัมภาษณ์บุคลากรถึงการใช้ กระดาษของหน่วยงาน (สาเหตุของการบรรลุ/ไม่บรรลุ เพราะอะไร)
บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ การดำเนินตามมาตรการประหยัดการใช้กระดาษในพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง  

3.3.4 มาตรการหรือแนวทางการใช้ หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุ อุปกรณ์เหมาะสมกับสำนักงานจะต้อง ประกอบไปด้วย รายละเอียดดังนี้
(1) กำหนดมาตรการในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน
(2) มีแนวทางการใช้อุปกรณ์สำนักงาน ร่วมกัน

(3) การสร้างความตระหนักในการใช้

สำนักวิทยบริการฯ ได้สร้างความตระหนักในการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์เหมาะสมโดยดำเนินการดังนี้
- การประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้บุคลากรรับทราบผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
- การรณรงค์ให้บุคลากรมีการใช้เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์ร่วมกันอย่างเหมาะสม(3.3.4(1)

  สำนักวิทยบริการฯ มุ่งเน้นให้เกิดการใช้เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์ร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยสื่อสารขอความร่วมมือให้บุคลากรรับทราบถึงแนวปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันพร้อมทั้งมีการตรวจสอบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ก่อนสั่งพิมพ์เอกสาร รวมถึงการบำรุงดูแลรักษาเครื่องถ่ายเอกสารให้มีสภาพพร้อมใช้งานเพื่อลดการสูญเสียกระดาษหรือขยะจากกระดาษ รวมถึงการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทนการใช้กระดาษเพื่อการสื่อสารภายในองค์กร (3.3.4(2)

3.3.4(1) ประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม
3.3.4(2) ภาพถ่ายการใช้เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์ร่วมกัน 3.3.4(3) ภาพการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน

3.3.5 การดำเนินตามมาตรการ ประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์ เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน (ประเมินจากพฤติกรรมของบุคลากรใน พื้นที่)
(1)   ในการสำรวจพื้นที่สำนักงานมีการปฏิบัติตามมาตรการประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน  และไม่พบ การใช้สิ้นเปลือง
(2) สัมภาษณ์บุคลากรถึงมาตรการหรือ แนวทางประหยัดการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์ สำนักงาน และนำไปปฏิบัติหรือ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ การดำเนินตามมาตรการประหยัดการใช้หมึกพิมพ์อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์สำนักงาน

การสำรวจพื้นที่ที่มีการใช้หมึกพิมพ์ อุปกรณ์เครื่องเขียน วัสดุอุปกรณ์ ในพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
 
3.4 การประชุมและการจัดนิทรรศการ

3.4.1 มาตรการหรือแนวทางการ จัดการประชุมและนิทรรศการที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม
(1) กำหนดมาตรการจัดการประชุมและ นิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ Green Meeting
(2) มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อ ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร
(3) มีการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ไฟล์ดิจิทัล ในการส่งหนังสือเชิญเข้า ร่วมการประชุม การส่งเอกสาร/ข้อมูล การประชุม ได้แก่ QR code, Email, Social Network, Intranet เป็นต้น

สำนักวิทยบริการฯ มีการประกาศ มาตรการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว และกำหนดผู้รับผิดชอบเก็บข้อมูลการใช้ห้องประชุม ห้องอบรมและห้องสัมมนาต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน 
ในช่วงที่ผ่านมาของปี 2567 สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดการประชุมทั้งหมด 12  ครั้ง ได้แก่
1) การประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักวิทยบริการฯ จำนวน 3 ครั้ง
2) การประชุมคณะกรรมการประจำสำนักวิทยบริการฯ จำนวน 2 ครั้ง
3) การประชุมบุคลากรสำนักวิทยบริการฯ จำนวน 5 ครั้ง
ทางสำนักวิทยบริการฯ มีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม ดังนี้
- ใช้  email , facebook group ในการแจ้งและนัดหมายการประชุม
- ใช้ Google Document ในการเตรียมวาระการประชุม และรายงานการประชุม
- ใช้ Google Drive ในการเก็บข้อมูลการประชุม  ดังเอกสารแนบ

     จากที่กล่าวมาสำนักวิทยบริการฯ คิดเป็นร้อยละ 100 ของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม (3.4.1(1)

3.4.1(1) ประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม
3.4.1(2) ภาพการประชุมออนไลน์
3.4.1(3) ภาพช่องทางการส่งเอกสารประกอบการประชุมผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์
3.4.1(4)ร้อยละของการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการส่งข้อมูลเพื่อเตรียมการประชุม

3.4.2 การจัดการประชุมและนิทรรศการที่มีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรพลังงาน และลดของเสียที่เกิดขึ้นจะต้องดำเนินการดังนี้
(1) การกำหนดขนาดของห้องประชุมให้ เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุม
(2) ห้องประชุมหรือสถานที่จัดประชุม หรือพื้นที่จัดนิทรรศการไม่มีการ ตกแต่งด้วยวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก เช่น โฟม หรือลดการใช้พลังงานได้ (เป็นการ ประชุม Out door) เป็นต้น
(3) มีแนวทางปฏิบัติการใช้พลังงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ของการใช้ห้อง ประชุม

(4) การจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่ม ที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลด การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก ลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และต้องมีการคัดแยกขยะ

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดการประชุมและนิทรรศการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรพลังงาน และลดของเสียที่เกิดขึ้น โดยมีการดำเนินการ ดังนี้
(1) การจัดเตรียมขนาดห้องประชุม เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุม หรือจัดนิทรรศการ (3.4.2(1)
(2) ห้องประชุมหรือพื้นที่จัดนิทรรศการ ไม่มีการตกแต่งด้วยวัสดุที่ย่อยสลายยาก หรือวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (3.4.2(2)
(3) การกำหนดแนวทางเลือกสถานที่ภายนอกสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (3.4.2(3)
(4) การจัดเตรียมสื่อที่ใช้ในการประชุมโดยจะต้องลดการใช้กระดาษหมึกพิมพ์ (3.4.2(4)

(5) การจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่ม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(3.4.2(5)

3.4.2(1) ภาพการจัดเตรียมขนาดห้องประชุมให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เข้าประชุมหรือจัดนิทรรศการ
3.4.2(2) ห้องประชุมหรือพื้นที่จัดนิทรรศการไม่มีการตกแต่งด้วยวัสดุที่ย่อยสลายยากหรือวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
3.4.2(3) แนวปฏิบัติการใช้บริการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3.4.2(4) ระบบจองห้องประชุม
3.4.2(5) การจัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่มเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

หมวดที่ 4 : การจัดการของเสีย

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
4.1 การจัดการของเสีย

4.1.1 มาตรการหรือแนวทางจัดการ ขยะที่เหมาะสมกับสำนักงาน มีการสร้าง ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของ บุคลากร
(1) กำหนดมาตรการหรือแนวทาง จัดการขยะแต่ละประเภทของ
หน่วยงาน การลดขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง  (Single Use Plastic) เช่น แก้วพลาสติก หลอด พลาสติก ถุงหูหิ้ว กล่องบรรจุภัณฑ์ ใส่อาหาร เป็นต้น
(2) มีแผนในการลดปริมาณขยะในภาพรวม เพื่อมุ่งสู่ Zero waste
(3) มีการประกาศเป็นองค์กรปลอด โฟม
(4) มีการประกาศเจตนารมณ์หรือทำ ข้อตกลงร่วมกันในองค์กร

(5) มีการรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วม เพื่อลดขยะพลาสติกในองค์กร เช่น การใช้ถุงผ้า การใช้แก้วน้ำส่วนตัว

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มีนโยบายการพัฒนา สำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ให้เป็น Green University ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี โดยมุ่งเน้นการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องการประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และการสร้างความตระหนักรู้ด้านอนุรักษ์พลังงานให้เกิดกับบุคลากรในทุกงาน ตลอดจนถึงผู้ใช้บริการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ สำนักวิทยบริการฯ
ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ ได้ประกาศมาตรการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ประจำปี พ.ศ. 2567 มาตรการหรือแนวทาง จัดการขยะแต่ละประเภทของ
หน่วยงาน (4.1.1(1) และจัดทำประกาศ เรื่อง ลด ละ เลิก ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (4.1.1(2) พร้อมทั้งได้มีการจัดทำมาตรการจัดการขยะ (4.1.1(3)

4.1.1(1) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน
4.1.1(2) ประกาศ เรื่อง ลด ละ เลิก ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร
4.1.1(3) คู่มือมาตรการจัดการขยะของสำนักฯ

4.1.2 มีการดำเนินงานตามแนว ทางการคัดแยก รวบรวม และกำจัด ขยะอย่างเหมาะสม มีแนวทางการ ดำเนินงาน ดังนี้
(1) มีการกำหนดจุดวางถังขยะบริเวณ สำนักงานอย่างเหมาะสม และมีการ คัดแยกขยะตามประเภทขยะที่ เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในสำนักงาน
(2) มีการติดป้ายบ่งชี้ประเภทขยะอย่าง ถูกต้องและชัดเจนทุกถัง
(3) มีจุดพักขยะหรือโรงพักขยะที่ เหมาะสมตามหลักวิชาการ  โดย จะต้องมีพื้นที่รองรับขยะแต่ละ ประเภทจากข้อ (๑) อย่างเพียงพอ
(4) การสำรวจการทิ้งขยะแต่ละประเภท ในสำนักงาน มีความถูกต้องทุกจุดที่ สุ่มตรวจสอบ
(5) มีการจัดทำเส้นทางการจัดการขยะแต่ ละประเภทอย่างเหมาะสม และส่ง ขยะให้กับหน่วยงานที่รับดำเนินการ (สำนักงานเขต/ อปท.) หรือผู้รับจ้างที่ ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
(6) การติดตาม ตรวจสอบการกำจัดขยะ ของผู้รับจ้างให้มีการจัดการอย่าง เหมาะสมตามหลักวิชาการ (กรณีส่ง ให้สำนักงานเขต / อปท.ให้ถือว่ามี การจัดการอย่างเหมาะสม)

(7) ไม่มีการเผาขยะในบริเวณหรือพื้นที่ ของสำนักงาน (ยกเว้นเตาเผาที่ได้รับ การอนุญาตอย่างถูกต้อง)
สำนักวิทยบริการฯ มีการคัดแยกขยะตามประเภทขยะที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในสำนักงานและจัดวางถังขยะตามพื้นที่ทำงานต่างๆ ประจำปี พ.ศ. 2567  และมีการติดป้ายประเภทของขยะอย่างชัดเจน (4.1.2(1) และได้จัดหาถังขยะประเภททั่วไป ถังขยะประเภทรีไซเคิล ไว้ให้บริการตามจุดพื้นที่ต่างๆ ในอาคารสำนักวิทยบริการฯ ทั้งนี้ในบางพื้นที่ได้มีการจัดหาถังขยะประเภทอันตรายและขยะเปียกหรือขยะอินทรีย์ เพื่อให้พนักงานและนักศึกษาได้ทิ้งขยะตามถังที่แยกประเภทไว้ (4.1.2(2),4.1.2(3),4.1.2(4),
ในส่วนของขยะรีไซเคิล ผู้ปฏิบัติงานบริการทั่วไปนำมาชั่ง บันทึก และแยกรวมไว้ที่จุดคัดแยกส่วนกลางส่งไปจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับผู้ปฏิบัติงานบริการทั่วไป(แม่บ้าน) นอกจากนี้สำนักวิทยบริการฯ ยังมีการคัดแยกขยะประเภทหนังสือพิมพ์เก่าย้อนหลัง 1 ปี ที่งานบริการสิ่งพิมพ์ต่อเนื่องได้คัดแยกทำดรรชนีวารสารแล้ว และแก้วกาแฟ นำมาจัดทำสิ่งประดิษฐ์ "อาร์ทเปเปอร์มาเช่" สำหรับปลูกพืชดูดซับสารพิษไว้ตามจุดปฏิบัติงานและจุดบริการต่าง ๆ ทั้งนี้ สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการบันทึกปริมาณขยะทุกวัน โดยผู้ปฏิบัติงานบริการทั่วไป 4.1.2(5),4.1.2(6)
    สำนักฯ มีวิธีการกำจัดขยะ โดยมีผู้ปฏิบัติงานบริการทั่วไป (แม่บ้าน) ของอาคารสำนักวิทยบริการฯ รวบรวมคัดแยกชั่งน้ำหนัก และนำส่งต่อไปยังจุดรับส่งขยะของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี เพื่อพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวได้รับเอาขยะแต่ละประเภทไปดำเนินการกำจัดตามระบบต่อไป (4.1.2(7)

4.1.2(1) จุดพักขยะตามประเภท
4.1.2(2) ภาพการติดป้ายอธิบายถังขยะแต่ละประเภทของสำนัก
4.1.2(3) ภาพถ่ายโรงพักขยะของสำนักฯ
4.1.2(4) การสุมการทิ้งขยะ 2567
4.1.2(5) ภาพการอธิบายเส้นทางการจัดการขยะแต่ละประเภทของสำนักฯ
4.1.2(6) การคัดแยกขยะตามประเภท 2567

4.1.2(7) ขยะส่งให้ อบต .หนองบัว 2567

4.1.3 การนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ขยะที่จะ ส่งไปกำจัดมีปริมาณน้อยลง
(1) มีการบันทึกข้อมูลปริมาณขยะแต่ละประเภทครบถ้วนทุกเดือน พร้อมแสดงผล
(2) มีการวิเคราะห์ปริมาณขยะเทียบค่าเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ในหมวด 1 ข้อ 1.1.๓
(3) มีการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ มากกว่าร้อย ละ 50 ของปริมาณขยะทั้งหมดของ หน่วยงานต่อเดือน หรือมีนวัตกรรม หรือมีการส่งขยะไปเป็นเชื้อเพลิง RDF)

(4) ปริมาณขยะที่ส่งกำจัด (ขยะทั่วไป) มีแนวโน้มลดลง

สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการบันทึกข้อมูลปริมาณขยะแต่ละประเภทพร้อมวิเคราะห์ปริมาณขยะเทียบ ค่าเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ คือ
- ปริมาณการสะสมขยะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2565 เท่ากับ 1,148.21  ก.ก.. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2564 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 981.8 ก.ก. คิดเป็น  16.94% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการสะสมขยะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2566 เท่ากับ 1,275.6  ก.ก. เพิ่มขึ้นจาก ปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 1,148.21 ก.ก. คิดเป็น  11.12% ซึ่งไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5
- ปริมาณการสะสมขยะตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2567 เท่ากับ 770.76  ก.ก. ลดลงจาก ปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกัน เท่ากับ 1,275.96 ก.ก.  คิดเป็น  -39.59% ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้คือลดลงร้อยละ 5  (4.1.3(1),4.1.3(2),4.1.3(3)
สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการจัดเก็บคัดแยกขยะ และนำขยะบางประเภทกลับมาใช้ประโยชน์ และนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ขยะที่จะส่งไปกำจัดมีปริมาณน้อยลง ดังนี้
1. นำเศษอาหารจากการรับประทานอาหารของเจ้าหน้าที่ มาทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ปลูกพืชผักสวนครัว ในพื้นที่ด้านหลังข้างอาคาร
2. นำขวดและฝากพลาสติกมาประดิษฐ์เป็นแจกันใส่ต้นไม้ตามจุดต่าง ๆ เพื่อเพิ่ม บรรยากาศให้ดูเป็นธรรมชาติ สวยงามและดูดซับสารพิษได้
3. นำกล่อมคอมพิวเตอร์กับวารสารฉบับล่วงเวลามาจัดทำเป็นโต๊ะนั่งอ่านหนังสือ (4.1.3(4)
4. การรณรงค์ให้บริการยืมถุงผ้าเพื่อใส่ทรัพยากรสารสนเทศแทนถุงพลาสติก (4.1.3(5)  และพนักงานทำความสะอาดประจำอาคารจะรวบรวมขยะจากทุกจุดภายใน สำนักวิทยบริการฯ มาทำการชั่งและบันทึกปริมาณทุกวัน ในเวลา 16.00 น.    
ในปีพ.ศ. 2567 สำนักวิทยบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีปริมาณขยะทั้งหมด 1,292.16 กิโลกรัม มีปริมาณขยะรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ 798.61 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 61.78 และปริมาณขยะทั่วไป 479.56 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 37.11

    สำนักวิทยบริการฯ ได้กำหนดค่าเป้าหมายด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมตามตัวชี้วัดจากหมวด 1 ข้อ 1.1.5 คือ ลดปริมาณของเสีย (ขยะ) ลงจากค่าเฉลี่ยปี พ.ศ. 2566 ร้อยละ 5 ทั้งนี้ได้ใช้การคำนวณโดยใช้ปี พ.ศ. 2566 เป็นค่าฐานเริ่มต้น ซึ่งได้มีการจัดเก็บข้อมูลและดำเนินงานตามมาตรการที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2567 สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมาย คือ ร้อยละ -39.59% (4.1.3(6)

4.1.3(1) ประกาศสำนักวิทยบริการฯ เรื่องเป้าหมายการจัดการพลังงานและการใช้ทรัพยากร
4.1.3(2)  ปริมาณขยะประจำปีของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศปี 2562 ถึงปี 2568
4.1.3(3) ตารางการเปรียบเทียบปริมาณขยะทั่วไป ปี พ.ศ. 4566 และ ปี พ.ศ. 4567
4.1.3(4) ภาพถ่ายโต๊ะนั่งอ่านหนังสือที่ประดิษฐ์จากกล่องคอมพิวเตอร์กับวารสารล่วงเวลา
4.1.3(5)  ภาพประชาสัมพันธ์การรณรงค์ให้บริการยืมถุงผ้า
4.1.3(6) สรุปผลการวิเคราะห์ปริมาณการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์หรือนำกลับมาใช้ใหม่และปริมาณขยะที่ส่งกำจัด ประจำปี 2567

4.2 การจัดการน้ำเสีย

4.2.1 การจัดการน้ำเสียของ สำนักงาน และคุณภาพน้ำทิ้งจะต้อง อยู่ในมาตรฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทาง ดังนี้
(1) การกำหนดผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลจัดการน้ำเสีย ของหน่วยงาน
(2)  หน่วยงานมีการบำบัดน้ำเสียอย่าง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตาม บริบทของหน่วยงาน เช่น มีตะแกรง ดักเศษอาหาร อุปกรณ์บำบัดน้ำเสีย ถังดักไขมัน ระบบบำบัดน้ำเสีย เหมาะสมกับองค์ประกอบของน้ำเสีย
(3)  มีการบำบัดน้ำเสียครบทุกจุดที่มีการ ปล่อยน้ำเสีย และมีการบำบัดน้ำเสีย ของหน่วยงาน

(4) ระบบบำบัดน้ำเสียอยู่ในสภาพพร้อม ใช้งาน และมีผลการตรวจสอบ คุณภาพน้ำทิ้งที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประจำปี 2567 โดยในหมวดที่ 4 การจัดการของเสีย คณะกรรมการจะมีหน้าที่กำหนดแผนงานและมาตรการการจัดการขยะ ของเสียและน้ำทิ้ง ดำเนินงานตามแนวทางการคัดแยก รวบรวม และกำจัดขยะอย่างเหมาะสม ดำเนินการจัดการน้ำเสียของสำนักวิทยบริการฯ และทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง จัดทำสรุปและรายงานผลการดำเนินงาน โดยได้มอบหมายให้นายนภัทร ยิ่งมี ผู้ปฏิบัติงานบริหารงานทั่วไป นางทองใบ วงศ์ไขยา และนางสาวสมจิต โพธิ์งาม ผู้ปฏิบัติงานบริการ (แม่บ้าน) ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งและดูแลถังดักไขมัน (4.2.1(1) และมีมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติ (4.2.1(2)

   สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการติดตั้งถังดักไขมันบริเวณพื้นที่ที่บุคลากรรับประทานอาหาร จำนวน 6 จุด ภายในอาคารบรรณราชนครินทร์ ชั้น 1 - ชั้น 6  โดยกำหนดผู้รับผิดชอบคือ ผู้ปฏิบัติงานบริการ (แม่บ้าน) ทำหน้าที่ล้างถังดักไขมันทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และตรวจสอบความพร้อมใช้ของถังดักไขมันอย่างสม่ำเสมอและนำเศษอาหารไปทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพถังหมักรักษ์โลก ตลอดจนนำไปเป็นอาหารให้สัตว์เลี้ยง (4.2.1(3), (4.2.1(4) ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ จะมีการบำบัดน้ำเสียครบทุกจุดที่ปล่อยน้ำเสียเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำไปใช้รดน้ำต้นไม้ (4.2.1(5)

4.2.1(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
4.2.1(2) ประกาศมาตรการการจัดการพลังงาน
4.2.1(3) ภาพการติดตั้งถังดักไขมัน
4.2.1(4) ภาพการตักถังดักไขมัน
4.2.1(5) การบำบัดน้ำเสียครบทุกจุดที่ปล่อยน้ำเสีย
4.2.1(6) รายงานผลการทดสอบน้ำเสียจากบ่อบำบัดน้ำเสียสำนักวิทยบริการ

4.2.2 การจัดการดูแลการบำบัดน้ำ เสีย โดยมีแนวทางดังนี้
(1) มีการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย หรือมี การตักและทำความสะอาดเศษ อาหาร และไขมันออกจากตะแกรง ดักขยะ หรือบ่อดักไขมัน ตามความถี่ ที่กำหนดอย่างเหมาะสมกับปริมาณ และการปนเปื้อน
(2) มีการจัดการไขมัน น้ำมัน เศษ อาหาร จากถังดักไขมัน  หรือกาก ตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย ไป กำจัดอย่างถูกต้อง

(3) มีการตรวจสอบ ปรับปรุง ซ่อมแซม ถังดักไขมัน หรือระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถใช้งานได้อย่างประสิทธิภาพอยู่เสมอ

สำนักวิทยบริการฯ มีการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย โดยติดตั้งถังดักไขมันเพื่อดักกรองไขมันและเศษอาหารลดกลิ่นที่เกิดจากหมักหมมของเศษอาหารในท่อน้ำตลอดจนเพื่อปรับคุณภาพน้ำทิ้งให้มีคุณภาพดีขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งไว้ 6 จุดบริเวณที่ที่บุคลากรรับประทานอาหาร ชั้น 1 -6 อาคารบรรณราชนครินทร์

    โดยมีการกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานบริการ (แม่บ้าน) ทำความสะอาดทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ นอกจากนี้ยังมีแนวทางการดูแลและจัดการถังดักไขมัน พร้อมกับให้แม่บ้านได้บันทึกการตักไขมัน สำนักวิทยบริการฯ มีการนำเศษอาหารไปทำถังหมักรักษ์โลกเพื่อช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการจัดการขยะมูลฝอย ลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องนำไปกำจัด (4.2.2(1) ทั้งนี้จะมีการตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำเสีย และปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ และใช้งานได้ตามปกติ และเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเสียไปยังแหล่งอื่นๆ (4.2.2(2),4.2.2(3)

4.2.2(1) การตรวจสอบปรับปรุง ซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสีย
4.2.2(2) ภาพการตักถังดักไขมัน
 4.2.2(3) ถังหมักรักษ์โลก

หมวดที่ 5 : สภาพแวดล้อมและความปลอดภัย

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
5.1 อากาศในสำนักงาน

5.1.1 การควบคุมมลพิษทางอากาศ ในสำนักงาน
(1) มีแผนการดูแลบำรุงรักษา ได้แก่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องถ่าย เอกสาร  เครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) ม่าน มูลี่ พรมปูพื้นห้อง (ขึ้นอยู่กับสำนักงาน)
(2) มีการกำหนดความถี่ หน้าที่ความ รับผิดชอบตามแผนการดูแล บำรุงรักษา
(3) มีผลการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดใน ข้อ 1
(4) มีการควบคุมมลพิษทางอากาศจาก การปฏิบัติในข้อ 1
(5) การจัดวางเครื่องพิมพ์เอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร (Printer) ให้ ห่างไกลผู้ปฏิบัติงาน
(6) การควบคุมควันไอเสียรถยนต์ บริเวณสำนักงาน เช่น ติดป้ายดับ เครื่องยนต์
(7) การป้องกันอันตรายจากการพ่นยา กำจัดแมลง (ถ้ามี)
(8) มีการสื่อสารหรือแจ้งให้ทราบถึงการ เกิดมลพิษทางอากาศจากกิจกรรม ต่างๆ เพื่อการเตรียมความพร้อม และระวังการได้รับอันตราย (สามารถพิจารณาจากเอกสารหรือ ภาพถ่ายเป็นหลักฐานประกอบ)

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำแผนและกำหนดผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องปริ้นเตอร์ และพรมปูพื้น เพื่อการควบคุม ดูแลป้องกันมลพิษทางอากาศของสำนักงาน (5.1.1(1),5.1.1(2) โดยกำหนดหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษาความรับผิดชอบ เครื่องปรับอากาศ  เครื่องถ่ายเอกสาร พรมปูพื้น และผ้าม่าน (5.1.1(3),5.1.1(4),5.1.1(5) และได้ปฏิบัติงานตามแผน และมีการควบคุมมลพิษทางอากาศจากการปฏิบัติในข้อ 1 โดยจัดทำประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (5.1.1(6)
สำนักวิทยบริการฯ จัดวางตำแหน่งเครื่องถ่ายเอกสาร/เครื่องปริ้นเตอร์ ให้มีระยะห่างจากผู้ปฏิบัติงานประมาณ 5 เมตร (5.1.1(7) รูปเครื่องถ่ายเอกสารจากมุมโต๊ะปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่นอกจากนั้นยังมีการควบคุมมลพิษทางอากาศบริเวณรอบสำนักวิทยบริการฯ โดยมีการติดตั้งป้ายด้านข้างสำนักวิทยบริการฯ บริเวณด้านข้างตึกเพื่อป้องกันไอเสียจากรถยนต์ (5.1.1(8)

   มีการป้องกันและกำจัดแมลงที่จะสร้างมลพิษ อากาศภายในสำนักงาน (5.1.1(9) อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้บุคลากรตระหนักและทราบถึงปัญหามลพิษทางอากาศที่อาจเกิดจากกิจกรรมต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

5.1.1(1) แผนการบำรุงดูแลรักษา ประจำปี 2567
5.1.1(2) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ประจำปี 2567
5.1.1(3) ภาพการดูแลเครื่องปรับอากาศ
5.1.1(4) ภาพการดูแลเครื่องถ่ายเอกสาร
5.1.1(5) ภาพการดูแลพรมปูพื้น และผ้าม่าน
5.1.1(6) ประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม
5.1.1(7)ภาพถ่ายจัดวางตำแหน่งเครื่องถ่ายเอกสาร/เครื่องปริ้นเตอร์
5.1.1(8) ภาพถ่ายป้ายประชาสัมพันธ์การควบคุมมลพิษ
5.1.1(9) ภาพถ่ายการป้องกันมลพิษจากการก่อสร้างในพื้นที่

5.1.2 มีการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่หรือมี การกำหนดพื้นที่สูบบุหรี่ที่เหมาะสม และปฏิบัติตามที่กำหนด
(๑) มีการรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ และมี การสื่อสารเกี่ยวกับอันตรายพิษภัย จากการสูบบุหรี่
(๒) มีการติดสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่
(๓) มีการติดสัญลักษณ์เขตสูบบุหรี่

(๔) กำหนดเขตสูบบุหรี่ของหน่วยงาน และมีการจัดการก้นบุหรี่ โดยเขตสูบ บุหรี่จะต้องไม่อยู่ในบริเวณที่ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ ประชาชนที่อยู่บริเวณข้างเคียง และ ไม่อยู่ในบริเวณทางเข้า – ออกของ สถานที่ที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพ ของผู้ไม่สูบบุหรี่ และไม่อยู่ในบริเวณ ที่เปิดเผยอันเป็นที่เห็นได้ชัดแก่ผู้มาใช้สถานที่นั้น

สำนักวิทยบริการฯ  มีการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร (5.1.2(1) และมีการติดตั้งป้ายห้ามสูบบุหรี่หรือสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่ ทั้งภายในและภายนอกจำนวน 3 จุด (5.1.2(2) ดังนี้
1. ห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิงภายในอาคาร
2. บริเวณศาลาสระน้ำด้านข้างอาคารสำนักวิทยบริการฯ
3. บริเวณด้านหน้าสำนักวิทยบริการฯ
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้มีการจัดสถานที่สำหรับการสูบบุหรี่ไว้แต่ไม่ได้ติดตั้งเป็นเขตสูบบุหรี่ ทางสำนักฯ จึงได้มีการใช้งานร่วมกันกับมหาวิทยาลัย (5.1.2(3)

5.1.2(2) การติดตั้งป้ายห้ามสูบบุหรี่หรือสัญลักษณ์เขตปลอดบุหรี่
5.1.2(3) ภาพการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่
5.1.2(4)ภาพการจัดพื้นที่สำหรับผู้สูบบุหรี่ของมหาวิทยาลัย

5.1.3 การจัดการมลพิษทางอากาศจากการก่อสร้าง ปรับปรุง อาคารหรืออื่นๆ ในสำนักงานที่ส่งผลต่อบุคลากร
(1) กำหนดมาตรการรองรับเพื่อจัดการ มลพิษทางอากาศจากการก่อสร้าง ปรับปรุงอาคาร
(2) ปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กำหนดใน ข้อ (1)
แนวทางการกำหนดมาตรการมีดังนี้
     - มีพื้นที่ทำงานสำรองให้กับพนักงาน
     - มีที่กั้นเพื่อป้องกันมลพิษทาง อากาศที่จะส่งผลกระทบกับ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง

     - มีการสื่อสารหรือติดป้ายแจ้งเตือน เพื่อการเตรียมความพร้อมและ ระวังการได้รับอันตราย
สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดการมลพิษทางอากาศจากการก่อสร้าง ปรับปรุง อาคารหรืออื่นๆ ในสำนักงานที่ส่งผลต่อพนักงาน  โดยจัดทำมาตรการควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยด้านมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง เสียง และสุขภาพ (5.1.3(1),5.1.3(2)

5.1.3(1) ประกาศมาตรการผู้รับจ้างข้อ18หน้า10
5.1.3(2) การจัดการมลพิษทางอากาศจากการก่อสร้าง

5.2 แสงในสำนักงาน

5.2.1 มีการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง (โดยอุปกรณ์การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างที่ได้มาตรฐาน) และดำเนินการแก้ไขตามที่มาตรฐานกำหนด
(1) มีการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง ประจำปี พร้อมแสดงหลักฐานผล การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง เฉพาะจุดทำงานแลพื้นที่ทำงาน
(2) เครื่องวัดความเข้มของแสงสว่าง จะต้องมีมาตรฐานและได้รับการสอบเทียบ (แสดงหลักฐานใบรับรอง)
(3) ผลการตรวจวัดจะต้องเป็นไปตาม มาตรฐานกฎหมายกำหนด
(4) ผู้ที่ตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(๕) หลักฐานภาพประกอบการตรวจวัด ความเข้มของแสงสว่างเฉพาะจุด ทำงานและพื้นที่ทำงาน

สำนักวิทยบริการฯ มีการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง โดยมีมาตราการควบคุมแสงภายในอาคาร ตามมาตราการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม ข้อที่ 6 มาตราการด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางการยภาพ ข้อย่อยที่ 6.3 มาตรการด้านการควบคุมแสงภายในอาคาร (5.2.1(1)
โดยมีมาตราการในการวัดค่าแสงดังนี้
1. ใช้อุปกรณ์ส่องสว่างที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2. ตรวจวัดความเข้มข้นของแสงทุกปี
3. การตรวจวัดแสงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
4.ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ
5. ทำความสะอาดหลอดไฟปีละ 2 ครั้ง
ทั้งนี้สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างภายในอาคารบรรณราชนครินทร์ 6 ชั้น  ซึ่งประกอบด้วยจุดที่ทำการวัดด้วยวิธีการตรวจวัดแบบจุด (Spot Measurement ) ซึ่งมีการกำหนดจุดในการวัดค่าแสงรวมจำนวน 25 จุด ซึ่งได้ดำเนินการตรวจวัดค่าแสงแล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567  เวลา 9.00 น. – 12.00 น. ด้วยเครื่องมือ เครื่องวัดแสงสว่าง (Lux meter) ยี่ห้อ UNI-T รุ่น UT383 ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่ (5.2.1(2)
จากการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่าง ๆ ของสำนักวิทยบริการฯ โดยนำผลจากการ ตรวจวัดมาเปรียบเทียบค่ามาตรฐานตามลักษณะงานที่กำหนดไว้ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง พ.ศ. 2560 ผลการตรวจวัด พบว่า ระดับ ความเข้มของแสงสว่างแบบจุดทำงานและแบบจุดพื้นที่ จำนวน 25 จุด ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 19 จุด คิดเป็นร้อยละ 86.66 ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 6 จุด คิดเป็นร้อยละ 13.33 (5.2.1(3) สำนักวิทยบริการฯ จึงได้หาแนวทางการแก้ไขปัญหา แสงสว่างที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
1. ติดตั้งดวงไฟบริเวณที่ปฏิบัติงานเพิ่มเติมหรือเพิ่มเฉพาะจุดที่มีการทำงานเป็นพิเศษ
2. จัดบริเวณพื้นที่การทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่นำสิ่งของต่าง ๆ วางกีดขวางทางเข้าของแสงสว่างหรือตั้งบังทางที่แสงสว่างส่องผ่านมายังบริเวณที่ปฏิบัติงาน
3. ตรวจสอบและบำรุงรักษาหลอดไฟเป็นประจำ รวมทั้งดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟ เมื่อครบอายุการใช้งาน หรือเมื่อเกิดการชำรุด
4. ควรทำความสะอาดหลอดไฟเป็นประจำอย่างน้อยทุก ๆ 3 เดือน

   สำนักวิทยบริการฯ ได้ให้ ดร.เอกบุตร อยู่สุข ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นผู้ตรวจวัดความเข้มของแสง โดยใช้พื้นที่ของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสถานที่สำหรับการฝึกใช้อุปกรณ์การวัดแสงให้กับนักศึกษา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 (5.2.1(4)

5.2.1(1) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
5.2.1(2) มาตรฐานเครื่องมือวัดแสง
5.2.1(3) รายงานผลการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง
5.2.1(4) ภาพประกอบการวัดแสงในสำนักงาน

5.3 เสียง

5.3.1 การควบคุมมลพิษทางเสียงภายในอาคารสำนักงาน
(1) กำหนดมาตรการรองรับเพื่อจัดการ เสียงดังที่มาจากภายในสำนักงาน
(2) ปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กำหนดใน ข้อ (1) ถ้าพบว่ามีเสียงดังที่มาจากภายในสำนักงาน

สำนักวิทยบริการฯมีการควบคุมมลพิษทางเสียงภายในอาคารสำนักงาน (5.3.1(1) มีกฏหมายสาธารณสุข (5.3.1(2) คู่มือแผนปฏิบัติการสภาพแวดล้อมเรื่องเสียง  การกำหนดมาตรการรองรับเพื่อจัดการเสียงที่ดังมาจากสำนักงาน(5.3.1(3) ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดใน ข้อ (1) ถ้าพบว่ามีเสียงดังมาจากสำนักงานต้องทำป้ายแจ้งเตือน ภาพการงดใช้เสียง (5.3.1(3) ภาพประกอบให้แต่ละฝ่ายงานใช้เครื่องพิมพ์เอกสาร (5.3.1(4) ภาพประกอบกรณีการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ให้ใช้หูฟังแทน (5.3.1(5)

5.3.1(1) กฎหมายสาธารณสุข
5.3.1(2) คู่มือแผนปฏิบัติการสภาพแวดล้อมเรื่องเสียง
5.3.1(3) ประกาศมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
ภาพการงดใช้เสียง
5.3.1(4) ภาพประกอบให้แต่ละฝ่ายงานใช้เครื่องพิมพ์เอกสาร
5.3.1(5) ภาพประกอบกรณีการใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ให้ใช้หูฟังแทน
5.3.1(6) ภาพการงดใช้เสียง

5.3.2 การจัดการเสียงดังจากการก่อสร้าง ปรับปรุงอาคารหรืออื่นๆ ในสำนักงานที่ส่งผลต่อพนักงาน
(1) กำหนดมาตรการรองรับเพื่อจัดการ เสียงดังที่เกิดจากการก่อสร้าง ปรับปรุงอาคาร
(2) ปฏิบัติตามมาตรการที่ได้กำหนดใน ข้อ (1) 
แนวทางการกำหนดมาตรการมีดังนี้
     - มีพื้นที่ทำงานสำรองให้กับพนักงาน
     - มีการสื่อสารหรือติดป้ายแจ้งเตือน เพื่อการเตรียมความพร้อมและ ระวังการได้รับอันตราย

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำมาตรการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยภายใต้สำนักงานสีเขียว (Green Office) (5.3.2(1) พร้อมทั้งมีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการจัดการเสียงดังจากการก่อสร้าง ปรับปรุงอาคาร และจัดพื้นที่ทำงานสำรองให้กับพนักงาน (5.3.2(2)

5.3.2(1) ประกาศ เรื่อง มาตรการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยภายใต้สำนักงานสีเขียว (Green Office)
5.3.2(2) การจัดการเสียงดังจากการก่อสร้างปรับปรุงอาคารหรืออื่นๆ ในสำนักงานที่ส่งผลต่อพนักงาน

5.4 ความน่าอยู่

5.4.1 มีการวางแผนจัดการความน่า อยู่ของสำนักงานโดยจะต้องดำเนินการ ดังนี้
(1) จัดทำแผนผังของสำนักงานทั้งในตัว อาคารและนอกอาคาร โดยจะต้อง กำหนดพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจน เช่น พื้นที่ทำงาน ห้องประชุม พื้นที่ ส่วนรวม พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่สีเขียว เป็นต้น โดยจะต้องมี การสื่อสารด้วยป้ายหรืออื่นๆ ที่ เหมาะสมเพื่อบ่งชี้
(2) มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างเหมาะสมทั้งพื้นที่เฉพาะ และ พื้นที่ทั่วไป ทั้งในอาคารและนอกอาคาร
(3) มีการกำหนดเวลาในการดูแลรักษา ความสะอาดและความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ทั้งพื้นที่เฉพาะ และพื้นที่ ทั่วไป ทั้งในอาคารและนอกอาคาร
เช่น 5ส Big cleaning Day

(4) มีแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายใน อาคารหรือบริเวณโดยรอบอาคาร หรือคงรักษาไว้ ตามบริบทของหน่วยงานและมีการปฏิบัติจริงตามแผน
สำนักวิทยบริการฯ มีการวางแผนจัดการความน่าอยู่ของสำนักงาน โดยมีการจัดทำแผนผังของสำนักงานทั้งในตัวอาคารและนอกอาคารโดยกำหนดพื้นที่ใช้งานอย่างชัดเจน เช่น พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่สีเขียว พื้นที่ส่วนรวม (5.4.1(1),5.4.1(2) และพื้นที่ทำงานมีการจัดทำป้าย มีการกำหนดความรับผิดชอบอย่างเหมาะสมทั้งพื้นที่เฉพาะ (5.4.1(3), (5.4.1(4), (5.4.1(5), (5.4.1(6 และพื้นที่ทั่วไปทั้งในอาคารและนอกอาคาร มีการกำหนดเวลาในการดูแลรักษา ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งพื้นที่เฉพาะและพื้นที่ทั่วไป ทั้งในอาคารและนอกอาคาร มีการกำหนดแผนงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และคงรักษาไว้ของสำนักงาน รวมถึงมีการปฏิบัติงานจริง (5.4.1(7)

5.4.1(1) แผนผังของสำนักวิทยบริการฯ-ภายในอาคาร
5.4.1(2) กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม-ทั้งพื้นที่เฉพาะและพื้นที่บริการทั่วไป
5.4.1(3) แผนการดำเนินงาน 5ส
 5.4.1(4) แบบประเมิน 5ส
 5.4.1(5)แบบสรุปผลการตรวจประเมินกิจกรรม
5ส
 5.4.1(6) กิจกรรม Big Cleaning Day
5.4.1(7) การกำหนดแผนงานการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

5.4.2 ร้อยละการใช้สอยพื้นที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สำนักงานกำหนด สำนักวิทยบริการฯ มีการใช้สอยพื้นที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สำนักงานกำหนด (5.4.2) 5.4.2 ร้อยละการใช้สอยพื้นที่ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่สำนักงานกำหนด
5.4.3 ร้อยละการดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ทำงาน เป็นต้น สำนักวิทยบริการฯ มีการดูแลบำรุงรักษาพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นที่สีเขียว พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ส่วนกลาง และพื้นที่ทำงาน เป็นต้น (5.4.3(1),5.4.3(2))

5.4.3(1) การกำหนดแผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในและภายนอกอาคาร
5.4.3(2) การวางแผนดูแลพื้นที่ของสํานักงานวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

5.4.4 มีการควบคุมสัตว์พาหะนำโรคและดำเนินการได้ตามที่กำหนด
(1) มีการกำหนดแนวทางการป้องกัน สัตว์พาหะนำโรคในสำนักงานอย่าง เหมาะสม ได้แก่ นกพิราบ หนู แมลงสาบ และอื่นๆ
(2) มีการกำหนดความถี่ในการตรวจสอบร่องรอยสัตว์พาหะนำโรค อย่างน้อยที่สุดเดือนละ 1 ครั้ง
(3) มีการตรวจสอบร่องรอยตามความถี่ ที่ได้กำหนด (เฉพาะตอนกลางวัน)
(4) มีแนวทางที่เหมาะสมกับการจัดการ เมื่อพบร่องรอยสัตว์พาหะนำโรค
(5) ไม่พบร่องรอยหรือสัตว์พาหะนำโรค ในระหว่างการตรวจประเมิน
หมายเหตุ การควบคุมสัตว์พาหะนำโรค สำนักงานสามารถควบคุมและจัดการได้ เอง หรือว่าจ้างหน่วยงานเฉพาะมา ดำเนินการแทน

สำนักวิทยบริการฯ มีการกำหนดแนวทางในการป้องกันและกำจัดสัตว์พาหะนำโรค โดยกำหนดเป็นแผนควบคุมสัตว์พาหะนำโรค ประจำปี พ.ศ 2567 (5.4.4(1) ซึ่งมอบหมายผู้รับผิดชอบในการป้องกันและกำจัด ตามแผน (5.4.4(2) พร้อมทั้งจัดทำแบบฟอร์มตรวจสอบร่องรอยของสัตว์พาหะนำโรคทุกเดือน (5.4.4(3)
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สัตว์พาหะนำโรคส่วนใหญ่ที่พบเจอเป็นนกพิราบ หนู ปลวก ดังนั้นทางสำนักวิทยบริการฯ ได้มีแนวทางที่เหมาะสมกับการจัดการเมื่อพบร่องรอยสัตว์พาหะนำโรค(5.4.4(4)  ดังนี้
1. หนู กำจัดหนูโดยใช้กับดัก และนำไปปล่อยกับคืนสู่ธรรมชาติ

2. นก กวาด และทำความสะอาดมูลนกโดยใช้น้ำฉีด

5.4.4(1) แผนการควบคุมป้องกันสัตว์พาหะนำโรค
5.4.4(2) แนวทางการป้องกันสัตว์พาหะนำโรค
5.4.4(3) รายงานการตรวจสอบสัตว์พาหะนำโรค 2567
5.4.4(4) มีแนวทางที่เหมาะสมกับการจัดการเมื่อพบร่องรอยสัตว์พาหะนำโรค(การทำความสะอาดมูลนก)

5.5 การเตรียมพร้อมต่อสภาวะฉุกเฉิน

5.5.1 การอบรมฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟตามแผนที่กำหนด
(1) มีการกำหนดแผนการฝึกอบรมและ อพยพหนีไฟ
(2) จำนวนคนเข้าอบรมฝึกซ้อมดับเพลิง ขั้นต้นจะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของพนักงานแต่ละแผนกหรือส่วนงาน
(3) พนักงานทุกคนจะต้องเข้าฝึกซ้อม อพยพหนีไฟ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (พิจารณาพนักงานหรือผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่อยู่ประจำพื้นที่สำนักงานที่มี การฝึกซ้อมเท่านั้น)
(4) มีการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามแผน ที่กำหนด พร้อมแสดงหลักฐาน เช่น ใบรับรองการอบรม ภาพถ่าย เป็นต้น
(5) มีการฝึกซ้อมอพยพตามแผนที่ กำหนด พร้อมแสดงหลักฐาน เช่น ใบรับรอง ภาพถ่าย เป็นต้น
(6) มีการกำหนดจุดรวมพลที่สามารถ รองรับได้ พร้อมมีป้ายแสดงอย่าง ชัดเจน
(7) มีการกำหนดเส้นทางหนีไฟ ธงนำ ทางหนีไฟ ไปยังจุดรวมพล พร้อม สื่อสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน

(8) มีการกำหนดทางออกฉุกเฉิน ทาง หนีไฟ พร้อมมีป้ายแสดงอย่าง ชัดเจน
สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี 2567 (5.5.1(1) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับระงับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ทั้งมีการกำหนดแผนการฝึกอบรมและอพยพหนีไฟ โดยมีบุคลากรและผู้ใช้บริการเข้าร่วมอบรมฝึกซ้อมดับเพลิงตามแผน คิดเป็นร้อยละ 98 โดยมีการฝึกซ้อมอพยพตามแผนที่ กำหนด พร้อมแสดงหลักฐาน เช่น ใบรับรอง ภาพถ่าย เป็นต้น (5.5.1(2) และกำหนดจุดรวมพลที่สามารถรองรับได้ พร้อมมีป้ายแสดงอย่างชัดเจน(5.5.1(3) รวมถึงทางออกฉุกเฉิน ทางหนีไฟอย่างชัดเจน (5.5.1(4)

5.5.1(1) แผนระงับเหตุฉุกเฉิน 2567
5.5.1(2) สรุปผลโครงการซ้อมอัคคีภัย ปี 2567
5.5.1(3) ภาพถ่ายจุดรวมพล
5.5.1(4) ภาพทางออกฉุกเฉิน ทางหนีไฟ

5.5.2 มีแผนฉุกเฉินที่เป็นปัจจุบันและเหมาะสม และร้อยละของพนักงานที่ เข้าใจแผนฉุกเฉิน
(สุ่มสอบถามอย่างน้อย ๔ คน)
(1)  มีการจัดทำแผนฉุกเฉินที่เป็น ปัจจุบันและเหมาะสม

(2) บุคลากรเข้าใจแผนฉุกเฉินและ อธิบายรายละเอียดได้
สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำแผนระงับเหตุฉุกเฉินเพื่อป้องกันและเตรียมพร้อมต่อการเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น (5.5.2(1)

5.5.2(1) แผนปฏิบัติการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน 2567
5.5.2(2) แผนผังฉุกเฉินอพยพหนีไฟ

5.5.3 ความเพียงพอและการพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ระบบดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัย และระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และร้อยละของพนักงานทราบวิธีการใช้และตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าว (สุ่มสอบถามอย่างน้อย 4 คน)
(1) มีการติดตั้งและเตรียมอุปกรณ์
ดับเพลิง
- ถังดับเพลิงมีเพียงพอต่อการใช้ งาน (กำหนดระยะห่าง อย่าง น้อย 20 เมตร/ถัง ตามกฎหมาย ติดตั้งสูงจากพื้นไม่เกิน 150 เซนติเมตรนับจากคันบีบ และ ถ้าเป็นวางกับพื้นจะต้องมี ฐานรองรับ) พร้อมกับติดป้าย แสดง
- ติดตั้งระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (ถ้ามี)
- สายฉีดน้ำดับเพลิงและตู้เก็บสายฉีด (Hose and Hose Station) (ถ้ามี)
(2) ติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเตือนและต้องพร้อมใช้งาน
-   สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (พื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร หรืออาคารสูงเกิน 2 ชั้นขึ้นไป)
- ติดตั้งตัวดักจับควัน(smoke detector)หรือตัวตรวจจับความร้อน (heat detector)
(3) มีการตรวจสอบข้อ (1) - (2) และ หากพบว่าชำรุดจะต้องดำเนินการ แจ้งซ่อมและแก้ไข
(4) จัดทำแผนผังแสดงตำแหน่งของ อุปกรณ์ดับเพลิงและป้องกันอัคคีภัย และสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
(5) บุคลากรจะต้องเข้าใจถึงวิธีการใช้ และตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงและ สัญญาณแจ้งเตือน อย่างน้อยร้อยละ ๗๕ จากที่สุ่มสอบถาม

(6) ไม่มีสิ่งกีดขวางอุปกรณ์ดับเพลิง และ สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้

สำนักวิทยบริการฯ มีติดตั้งอุปกรณ์สำหรับป้องกันเหตุฉุกเฉินด้านอัคคีภัยได้แก่
1. ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งจำนวน 6 ถัง ติดตั้งภายในอาคารบรรณราชนครินทร์ (5.5.3(1)
2. ระบบสัญญาณแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินจำนวน 1 เครื่อง (5.5.3(2)
3. โดยอุปกรณ์ต่างๆ ได้มีการตรวจเช็คเพื่อเตรียมความพร้อมใช้ ทุก 2 เดือน ลงในแบบฟอร์มบันทึกการตรวจอุปกรณ์ด้านอัคคีภัย (5.5.3(3) โดยมอบหมายให้นายนภัทร ยิ่งมี มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบอุปกรณ์
4. บุคลากรของสำนักวิทยบริการฯ ผ่านการอบรมดับเพลิงเบื้องต้น รวมถึงสามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันการเกิดอัคคีภัยได้ (5.5.3(4)

5. มีการตรวจเช็คสิ่งกีดขวางการเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ตามแบบฟอร์มการตรวจอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย

5.5.3(1) ภาพถ่ายถังดับเพลิง
5.5.3(2) ระบบสัญญาณแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (ภาพถ่ายโทรโข่ง)
5.5.3(3) แบบบันทึกการตรวจเช็คถังดับเพลิง
5.5.3(4) แบบบันทึกการตรวจอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย ประจำปี 2567
5.5.3(4) แผนผังแสดงตำแหน่งของ อุปกรณ์ดับเพลิง
5.5.3(5) สรุปผลโครงการซ้อมอัคคีภัย ปี 2567
5.5.3(5) ภาพถ่ายจุดติดตั้งถังดับเพลิงแต่ละชั้น

หมวดที่ 6 : การจัดซื้อจัดจ้าง

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
6.1 การจัดซื้อสินค้า

6.1.1 การจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
(1) กำหนดผู้รับผิดชอบ และมีความเข้าใจ
(2) ค้นหารายการสินค้าที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม และสามารถระบุ แหล่งข้อมูลสืบค้นได้
(3) จัดทำบัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับสินค้า ที่ใช้จริงในสำนักงาน โดยจะต้องระบุรายการสินค้า ยี่ห้อ  ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุการรับรอง ของสินค้านั้น หากเป็นฉลาก สิ่งแวดล้อมของต่างประเทศจะต้อง อ้างอิงหน่วยงาน/ประเทศที่ให้การ รับรองนั้นๆ ด้วย
(4) แจ้งไปยังผู้ขายเพื่อขอความร่วมมือ ในการสั่งซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม กรณีที่ไม่มีร้านค้าที่ จำหน่ายสินค้าทีเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม

หมายเหตุ

สินค้าที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการ รับรองจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ฉลากเขียว ตะกร้าเขียว ฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ฉลากประสิทธิภาพสูง ฉลาก คาร์บอนฟุตปริ้นท์ ฉลากลดโลกร้อน สินค้า OTOP ที่มีเลขจดทะเบียน ฉลาก สิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ เป็นต้น

สำนักวิทยบริการฯ มีการกำหนดให้ นางสาวจริญญา เสนาบุตร เจ้าหน้าที่งานทั่วไป เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดซื้อจ้างสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ประจำปี2567 (6.1.1(1) นอกจากนี้สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำประกาศสำนักวิทยบริการฯ เรื่องมาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (6.1.1(2)  และมาตรการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า (6.1.1(3)
การจัดซื้อสินค้าจะศึกษาเกี่ยวกับฉลากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือศึกษาจากฐานข้อมูลที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม (6.1.1(4), 6.1.1(5)   โดยจะดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สำนักวิทยบริการฯ จัดซื้อไว้จริง รายละเอียดจะประกอบด้วยรายการสินค้า ยี่ห้อ ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ และวันที่ทบทวน เป็นต้น (6.1.1(6),6.1.1(7)
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักวิทยบริการฯ ดำเนินการจัดซื้อสินค้าทั้งหมด 470 ชิ้น มีรายการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวน 247 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 52.55 มีงบประมาณในการจัดหา
เป็นเงิน 123,900 บาท จัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นเงิน 80,110 บาท คิดเป็นร้อยละ 64.66 (6.1.1(7)

          ทั้งนี้ ในการจัดซื้อสินค้าเพื่อให้บริการภายในสำนักฯ ได้ดำเนินการทำหนังสือราชการไปยังร้านค้า/ผู้ขาย จำนวน 1 แห่ง เพื่อขอความร่วมมือจัดหาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับสำนักวิทยบริการฯ (6.1.1(8)

6.1.1(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียวประจำปี 2567
 6.1.1(2) ประกาศสำนักฯ เรื่อง มาตรการและแนวปฏิบัติด้านการจัดการพลังงานฯ
 6.1.1(3) มาตรการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 6.1.1(4) การศึกษาแหล่งสืบค้นฉลากสิ่งแวดล้อม
 6.1.1(5) ฐานข้อมูลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.1.1(6) ตัวอย่างในการสืบค้น
 6.1.1(7) บัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 6.1.1(8) แบบรายงานสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 6.1.1(9) หนังสือขอความร่วมมือจัดหาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6.1.2 ร้อยละของการจัดซื้อสินค้าประเภทวัสดุอุปกรณ์ในสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
(1) แสดงรายการสินค้าสำนักงานที่จัดซื้อ ทั้งหมดโดยระบุยี่ห้อ และรุ่นสินค้า
(2) แสดงฉลากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของสินค้า
(3) คำนวณจำนวนร้อยละสินค้าที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องแสดง ให้เห็นถึงรายการสินค้า ปริมาณ สินค้า และมูลค่า

หมายเหตุ

สินค้าที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการ รับรองจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ฉลากเขียว ตะกร้าเขียว ฉลากประหยัดไฟ เบอร์ 5 ฉลากประสิทธิภาพสูง ฉลาก คาร์บอนฟุตปริ้นท์ ฉลากลดโลกร้อน สินค้า OTOP ที่มีเลขจดทะเบียน ฉลาก สิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ เป็นต้น

สำนักวิทยบริการฯ จะดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับฉลากสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือศึกษาจากฐานข้อมูลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และจะดำเนินการจัดทำบัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่จัดซื้อไว้ โดยจะประกอบด้วยรายการสินค้า ยี่ห้อ ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ และวันที่ทบทวน เป็นต้น (6.1.2(1) ทั้งนี้การจัดซื้อสินค้าประเภทวัสดุอุปกรณ์ในสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีการเปรียบเทียบการจัดซื้อสินค้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 -2567 ผลการดำเนินงานดังนี้ (6.1.2(2),6.1.2(3)
ปี 2564 ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 76 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 31.71 ไม่บรรลุเป้าหมาย
ปี 2565 ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 77 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 15.40 ไม่บรรลุเป้าหมาย
ปี 2566 ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 230 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 29.60 ไม่บรรลุเป้าหมาย

ปี 2567 ซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 247 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 52.55 บรรลุเป้าหมาย

6.1.2(1) บัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.1.2(2) แบบรายงานสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.1.2(3) แบบรายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6.1.3 ร้อยละของปริมาณและประเภทของวัสดุอุปกรณ์ในสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
หมายเหตุ
สินค้าที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมจะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการ รับรองจากสถาบันที่เป็นที่ยอมรับ เช่น ฉลากเขียว ตะกร้าเขียว ฉลากประหยัด ไฟ เบอร์ 5 ฉลากประสิทธิภาพสูง ฉลาก คาร์บอนฟุตปริ้นท์ ฉลากลดโลกร้อน สินค้า OTOP ที่มีเลขจดทะเบียน ฉลาก สิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ เป็นต้น

สำนักวิทยบริการฯ มีการคำนวณร้อยละของปริมาณสินค้าที่ได้ดำเนินการจัดซื้อมาใช้จริงในสำนักงาน เช่น สินค้าที่ได้รับตะกร้าเขียว ฉลากเขียวฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นต้น ทั้งนี้ในปี 2567 มีการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคิดเป็นร้อยละ 52.55 มูลค่าสินค้าที่จัดซื้อ
คิดเป็นร้อยละ 64.66  (6.1.3(1), (6.1.3(2), 6.1.3(3)

   สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำตารางเปรียบเทียบการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ.2565- 2568 6.1.3(4) และข้อมูลร้อยละของมูลค่าสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พิจารณาตามงบประมาณในการจัดซื้อ (ปี พ.ศ.2565- 2568) (6.1.3(5)

6.1.3(1) บัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.1.3(2) แบบรายงานสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.1.3(3)เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟ
6.1.3(4) ตารางเปรียบเทียบการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6.1.3(5) ข้อมูลร้อยละของมูลค่าสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

6.2 การจัดจ้าง

6.2.1 ร้อยละของการจัดจ้างหน่วยงานหรือบุคคลที่มีการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
(1) มีหลักฐานการพิจารณาถึงมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานที่ได้การรับรองโดยจะต้องแสดงหลักฐาน การรับรองดังกล่าว
(2) หากหน่วยงานไม่มีมาตรฐานด้าน สิ่งแวดล้อมรับรอง ทางสำนักงาน จะต้องทำการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานเบื้องต้น
(3) มีการจัดทำสัญญาหรือข้อตกลงด้าน สิ่งแวดล้อมเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานใน สำนักงาน
(4) หน่วยงานหรือบุคคลที่ได้รับคัดเลือก จะต้องได้รับการอบรมหรือสื่อสาร เกี่ยวกับสำนักงานสีเขียว และ แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของตนเอง
(5) หน่วยงานหรือบุคคลเหล่านั้นสามารถ อธิบายแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของตนเองได้

หมายเหตุ
- หากหน่วยงานภายนอกมีมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อมรับรองจะต้อง พิจารณาทุกข้อ ยกเว้นข้อ (2)

- หากหน่วยงานภายนอกไม่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมรับรอง พิจารณาข้อ (2) - (5)

สำนักวิทยบริการฯ มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้พื้นที่ของห้องสมุดเป็นสถานประกอบการร้านค้าเพื่อให้มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6.2.1(1) และในกรณีที่จัดจ้างหน่วยงานที่ไม่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมรับรองจะดำเนินการประเมินประสิทธิภาพของผู้รับจ้างเบื้องต้น เพื่อให้มีการปฏิบัติงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6.2.1(2)
นอกจากนี้จะมีการจัดทำสัญญาหรือข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานภายในสำนักวิทยบริการฯ (6.2.1(3) และเพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสำนักงานสีเขียว จะมีการอธิบายทำความเข้าใจให้กับหน่วยงาน/ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามข้อตกลงของสำนักฯ เพื่อให้ใช้วัสดุอุปกรณ์/สินค้า ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6.2.1(4)

    ภายหลังจากสำนักวิทยบริการฯ ได้สร้างความเข้าใจ แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อที่เกี่ยวข้อง หน่วยงาน/หรือบุคคลสามารถอธิบาย แนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของตนเองได้

6.2.1(1) สัญญาจ้างบริษัททำความสะอาด
6.2.1(2) บันทึกข้อตกลงการใช้พื้นที่ของห้องสมุดเป็นสถานประกอบการ
6.2.1(3) การประเมินประสิทธิภาพของ
ผู้รับจ้าง

6.2.1(4) ใบขออนุญาตปฏิบัติงานและข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อม

6.2.2 ร้อยละของการตรวจสอบด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยงานหรือบุคคลที่เข้ามาดำเนินการ เช่น ผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างช่วงแม่บ้าน รปภ. พนักงานส่งเอกสาร เป็นต้น
(1) กรณีที่เป็นการว่าจ้างให้อยู่ประจำ สำนักงานจะต้องทำการประเมิน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
(2) กรณีที่เป็นการว่าจ้างไม่อยู่ประจำ สำนักงาน จะต้องทำการประเมิน ทุกครั้งเมื่อเข้ามาปฏิบัติงานใน สำนักงาน

สำนักวิทยบริการฯ ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพของผู้รับจ้างที่เข้ามาดำเนินการภายใน สำนักฯ เพื่อตรวจสอบด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เข้ามาปฏิบัติงานให้มีการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6.2.2(1),6.2.2(2),
6.2.2(3)

6.2.2(1) การประเมินประสิทธิภาพพของผู้รับจ้าง
6.2.2(2) แบบฟอร์มการตรวจสอบการปฏิบัติงานประจำวัน 6.2.2(3) ตารางควบคุมกำกับและตรวจสอบความสะอาดห้องน้ำ

6.2.3 ร้อยละของการเลือกใช้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (นอกสำนักงาน) ได้แก่ โรงแรม สถานที่จัดงาน หรืออื่นๆ ที่ได้มีการขึ้นทะเบียนการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
(1) สถานที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น ISO 14001 Green Hotel ใบไม้เขียว ฉลากเขียว Green Office หรือ Green Building เป็นต้น และมี การจัดการประชุมที่คำนึงถึงการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ พลังงาน และลดการก่อให้เกิดมลพิษ
(2) ในกรณีที่ไม่มีสถานที่จัดประชุมที่ ได้รับการรับรองฯ อยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงสำนักงาน จะต้องเลือก สถานที่ที่ใช้เวลาเดินทางน้อยที่สุด และจัดประชุมในรูปแบบ Green Meeting (ตามความเหมาะสมและ เป็นไปได้) โดยจะต้องแสดงหลักฐาน การคัดเลือกสถานที่เหล่านั้น

สำนักวิทยบริการฯ ได้จัดทำแนวปฏิบัติการใช้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กรณีไปใช้บริการนอกสำนักงาน (6.2.3(1), 6.2.3(2), 6.2.3(3) และแนวปฏิบัติที่หน่วยงานอื่นๆ มาใช้บริการของสำนักฯ เพื่อขอความร่วมมือให้ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ลดการก่อให้เกิดมลพิษ (6.2.3(4), 6.2.3(5)  นอกจากนี้สำนักฯ ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการใช้บริการ (6.2.3(6)

6.2.3(1) แบบฟอร์มการคัดเลือกสถานที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.2.3(2) แนวปฏิบัติเรื่องการเดินทางไปประชุมภายนอกของบุคลากร
6.2.3(3) แนวปฏิบัติการใช้บริการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
6.2.3(4) แนวปฏิบัติเรื่องการจัดประชุมและนิทรรศการ
6.2.3(5) แนวปฏิบัติการใช้ประชุมสำนักวิทยบริการฯ
 6.2.3(6) รายชื่อโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

     
     
     
- --

หมวดที่ 7 : การดำเนินงานสำนกงานสีเขียวเพื่อความต่อเนื่อง (สำหรับหน่วยงานขอต่ออายุและขอยกระดับ)

รายละเอียด ผลการดำเนินงาน รายการหลักฐาน
7.1 การตรวจประเมินสำนักงานสีเขียวเพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

(1) มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจ ประเมินสำนักงานสีเขียวภายในสำนักงาน ประกอบด้วย หัวหน้าผู้ตรวจประเมินและ ผู้ตรวจประเมิน ซึ่งจะต้องผ่านการ ฝ ึกอบรมหลักสูตรการดำเนินงาน สำนักงานสีเขียว หรือหลักสูตรด้านการ จัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่ เกี่ยวข้อง และหลักสูตรการตรวจประเมิน สำนักงานสีเขียว หรือหลักสูตรการตรวจ ประเมินการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ISO 14001
(2) มีการกำหนดความถี่ในการตรวจ ประเมินสำนักงานสีเขียวภายในสำนักงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
(3) มีการจัดทำข้อกำหนดการตรวจ ประเมินภายในครอบคลุมทุกหมวด
(4) กำหนดผู้ตรวจประเมินภายในแต่ ละหมวดมีความเพียงพอและเหมาะสม มี ความเป็นอิสระในการตรวจประเมินอย่าง ชัดเจน

(5) การดำเนินการตรวจประเมิน สำนักงานสีเขียวภายในสำนักงานครบถ้วนทุกหมวด และสรุปผลการตรวจประเมิน

สำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียวภายใน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโดยมีการดำเนินการดังนี้
1. สำนักวิทยบริการฯ ได้มีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินสำนักงานสีเขียวภายใน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานในทุกหมวดของสำนักงานสีเขียวอย่างครบถ้วน โดยคณะกรรมการประกอบด้วยบุคลากรจากแต่ละฝ่ายที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางและเกณฑ์การประเมินสำนักงานสีเขียว
2. กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการในการวางแผนดำเนินการตรวจประเมิน สรุปผล และพร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงในแต่ละหมวดรวมถึงการจัดทำรายงานผลการประเมินเพื่อเสนอต่อผู้บริหาร
3. กำหนดให้มีการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียวภายในดำเนินการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยอาจมีการประเมินเพิ่มเติมในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนงานที่สำคัญ หรือได้รับข้อเสนอแนะจากการประเมินรอบก่อน
4. สำนักวิทยบริการฯ ดำเนินการตรวจประเมินดำเนินการตามข้อกำหนดของสำนักงานสีเขียว (Green  Office) โดยอิงตามเกณฑ์การประเมินในแต่ละหมวดทั้งด้านการใช้พลังงาน การจัดการทรัพยากร การมีส่วนร่วมของบุคลากรและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
5. สำนักวิทยบริการฯ กำหนดผู้ตรวจประเมินภายในแต่ละหมวดโดยมีการจัดสรรผู้ตรวจประเมินให้ครอบคลุมทุกหมวดโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถและความเหมาะสมของบุคลากรในแต่ละด้าน เพื่อให้ผลการประเมินที่ถูกต้องและสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6. สำนักวิทยบริการฯ สรุปผลการดำเนินงานจากการตรวจประเมินที่ผ่าน พบว่า การดำเนินงานของสำนักงานในหลายหมวดมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นตามข้อเสนอแนะของรอบก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการลอดการใช้ทรัพยากร การบริหารจัดการขอเสียและการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่บุคลากร

    ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานสำนักงานสีเขียว และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามหลักการของความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม (7.1.1(1),7.1.1(2),7.1.1(3)

7.1(1) คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินสำนักงานสีเขียว
7.1(2) รายงานผลการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว ประจำปี 2567
7.1(3) รายงานการประชุมคณะกรรมการสำนักงานสีเขียวและห้องสมุดสีเขียว ครั้งที่ 4/2567